หนึ่งในเรื่องที่อาจทำให้เกิดความผิดพลาดตามมา สำหรับการประชุมครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งจากนานาประเทศ ตัวแทนจากอุตสาหกรรมต่างๆ NGOs และนักรณรงค์ทางด้านสิ่งแวดล้อม ทุกฝ่ายที่กล่าวมาล้วนได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการประชุม แต่กลับไม่มีนักแก้ปัญหา อาทิ นักวิทยาศาตร์หรือนักพัฒนาเทคโนโลยีอยู่ในวงสนทนาเลย โดยคุณ Peter Hjemdahl ผู้ร่วมก่อตั้ง rePurpose Global และ Innovation Alliance for a Global Plastics Treaty องค์กรแนวร่วมที่ประกอบไปด้วยนักวิทยาศาสตร์ นักสร้างนวัตกรรม และกลุ่มคนที่พัฒนาเทคโนโลยีรวมถึงพัฒนาหนทางการแก้ปัญหาขยะพลาสติก ได้กล่าวว่า “หากในสนธิสัญญาไม่มีการกล่าวถึงหนทางการแก้ปัญหา มันก็อาจจะกลายเป็นเพียงกระดาษแผ่นหนึ่งที่มีเนื้อหาฟังดูดีแต่ไม่ได้สร้างประโยชน์อะไรให้กับสังคม”
อีกหนึ่งปัญหาที่น่ากังวลคือ ใครจะเป็นคนจ่ายเงินเป็นพันล้านเพื่อผลักดันให้นโยบายในร่างสนธิสัญญานั้นเกิดขึ้นได้จริง สำหรับข้อกังวลนี้ Peter Hjemdahl แสดงความเห็นว่า “อาจต้องใช้เวลาหลายปีมากในการรวบรวมเงินทุนเพื่อใช้สำหรับแก้ปัญหาขยะพลาสติก จนเงยหน้ามาอีกทีก็อาจจะใกล้ถึงปี 2040 ปีที่กำหนดไว้ว่าปัญหาพลาสติกจะต้องหมดไปแล้ว” แต่มีข้อเสนอเช่นกันว่าสามารถเก็บเงินทุนจากค่าปรับโรงงานอุตสาหกรรมพลาสติกได้
ปัญหาสุดท้ายที่สำคัญอย่างยิ่งในการประชุมครั้งนี้ คือการที่นักกิจกรรมเล็งเห็นว่าที่ประชุมให้พื้นที่กับกลุ่มล็อบบี้ยิสต์มากเกินไป กลุ่มล็อบบี้ยิสต์ในที่นี้ คือกลุ่มธุรกิจที่เข้าไปพูดเพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์ อาทิกลุ่มตัวแทนจากธุรกิจด้านน้ำมันเป็นต้น ในขณะเดียวกัน ประชาชนทั่วไป คนเก็บขยะ หรือกลุ่มเยาวชนในสังคมที่ได้รับผลกระทบจากขยะพลาสติกมากที่สุด กลับไม่ได้เข้าร่วมในการประชุมครั้งนี้ ความไม่เท่าเทียมนี้อาจส่งผลให้ร่างสนธิสัญญาออกมาเอนเอียงไปในด้านที่กลุ่มอุตสาหกรรมจะได้รับประโยชน์
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความหวังอยู่ว่าทุกอย่างจะดีขึ้น เพราะกลุ่มประเทศส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นด้วยกับประเทศสหรัฐอเมริกา หรือซาอุดิอาระเบีย ที่ต้องการจัดการขยะพลาสติกแค่ที่ปลายทาง และอย่างน้อยๆ องค์ประกอบหลายๆ อย่างก็ได้มีการพูดคุยกันและเตรียมเอาไว้เพื่อทำสนธิสัญญาแล้ว
“เราได้เห็นความกระตือรือร้นที่จะร่างสนธิสัญญานี้จากหลายๆประเทศทั่วโลก” Carroll Muffett ประธาน Center for International Environmental Law กล่าว
ทั้งนี้ การประชุมครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นในวันที่ 13-17 พฤศจิกายน 2566 ที่เมืองไนโรบี ประเทศเคนยา ซึ่งแน่นอนว่านานาประเทศต่างจับจ้องร่างสนธิสัญญาพลาสติกโลกฉบับแรก และอาจแสดงท่าทีในการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเด็น
source : reuters / news.mongabay