ตรวจสอบคุณภาพอากาศรายภาค
- ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 19 - 155 มคก./ลบ.ม.
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 3 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 26 - 60 มคก./ลบ.ม.
- ภาคกลางและตะวันตก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 11 - 35 มคก./ลบ.ม.
- ภาคตะวันออก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 8 - 32 มคก./ลบ.ม.
- ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 10 - 21 มคก./ลบ.ม.
- กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ. ร่วมกับ กทม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 10 - 39 มคก./ลบ.ม.
ย้อนไปอ่านข้อมูล ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 ณ 17:00 น.
ภาพรวมปริมาณ PM2.5 ในประเทศพบเกินค่ามาตรฐานใน จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ จ.แม่ฮ่องสอน จ.พะเยา จ.ลำพูน จ.ลำปาง จ.สุโขทัย จ.ตาก จ.พิษณุโลก จ.นครพนม จ.ขอนแก่น จ.อุบลราชธานี และ จ. ศรีสะเกษ
ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ สรุปดังนี้
- ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 20 - 168 มคก./ลบ.ม.
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 4 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 30 - 69 มคก./ลบ.ม.
- ภาคกลางและตะวันตก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 11 - 39 มคก./ลบ.ม.
- ภาคตะวันออก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 9 - 30 มคก./ลบ.ม.
- ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 9 - 21 มคก./ลบ.ม.
- กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ. ร่วมกับ กทม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 10 - 43 มคก./ลบ.ม.
- ประชาชนทั่วไป : ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น
- ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ : ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ถ้ามีอาการทางสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์
สำหรับประชาชนที่อยู่บริเวณพื้นที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ (พื้นที่สีแดง) ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์
โดยท่านสามารถติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ได้ทาง
- เว็บไซต์ Air4Thai.com
- bangkokairquality.com
- แอปพลิเคชัน Air4Thai และ
- AirBKK
ที่มา : ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ
อีกหนึ่งความห่วงใย นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองอธิบดีกรมอนามัย ได้แนะนำถึง วิธีสังเกตอาการหากร่างกายได้รับฝุ่น PM 2.5 เข้าไปจะก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ ซึ่งมีความรุนแรงของอาการ 3 ระดับ คือ
- ระดับเล็กน้อย เช่น แสบตา คันตา น้ำตาไหล คัดจมูก มีน้ำมูก แสบจมูก แสบคอ ไอแห้ง ๆ คันตามร่างกาย มีผื่น อาการ
- ระดับปานกลาง เช่น ตาแดง มองภาพไม่ชัด เลือดกำเดาไหล เสียงแหบ ไอมีเสมหะ หัวใจเต้นเร็ว
- ระดับรุนแรง เช่น แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีด เหนื่อยง่าย ทั้งนี้ หากมีอาการรุนแรง ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที
เปิดวิธีการเฝ้าระวังและป้องกันตนเองจากฝุ่น PM 2.5
1.ติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศ จากสื่อหรือช่องทางต่างๆ ในพื้นที่ ได้แก่ โทรทัศน์ วิทยุชุมชน เป็นต้น โดยให้สังเกตสีเป็นหลัก
หากเป็น "สีส้ม" และ "สีแดง" ซึ่งเป็นค่าฝุ่นละอองที่เกินมาตรฐานและมีผลกระทบต่อสุขภาพควรปฏิบัติตนตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด
2.ประเมินตนเองว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ เช่น มีอาชีพอยู่กลางแจ้งต้องสัมผัสฝุ่นเป็นเวลานานหรืออาศัยในพื้นที่เสี่ยง เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคภูมิแพ้ หอบหืด เยื่อบุตาอักเสบ โรคหัวใจและหลอดเลือด หากพบว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่นและต้องดูแลป้องกันตนเองเป็นพิเศษ
3.ในช่วงที่ฝุ่นละอองสูง ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมนอกบ้าน
4.ถ้าจำเป็นต้องเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงฝุ่นสูง ให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นทั้งหน้ากากอนามัยหรือ N95 สามารถเลือกสวมได้ความตามเหมาะสมของแต่ละกลุ่ม หรือสวมหน้ากาก 2 ชั้นได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกรองฝุ่นได้
5.ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดในช่วงฝุ่นสูง ทำความสะอาดบ้านอยู่เสมอโดยการเช็ด/ถูแบบเปียก
6.หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในบริเวณที่มีฝุ่นสูง เช่น ริมถนน และห้ามสวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นทุกชนิดขณะออกกำลังกายโดยเด็ดขาด หรือเปลี่ยนมาออกกำลังกายในบ้าน
7.สังเกตอาการผิดปกติของร่างกายและคนในครอบครัว หากพบว่ามีอาการไอ แน่นหน้าอก วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ผื่นแดง หรืออาการผิดปกติทางร่างกายอื่น ๆ ให้รีบพบแพทย์ทันที
โรงเรียนและศูนย์เด็กเล็ก
ควรมีการสื่อสารสถานการณ์ และให้ความรู้แก่นักเรียนถึงอันตรายและวิธีการป้องกันตนเองที่ถูกต้อง เมื่อค่า PM 2.5 อยู่ในระดับสีเหลือง-ส้ม ควรลดหรืองดกิจกรรมกลางแจ้งทั้งการเข้าแถวหน้าเสาธงหรือพลศึกษา
เด็กที่มีโรคประจำตัว หรือเด็กเล็ก ควรได้รับการดูแลและเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด โดยจัดให้มีห้องปลอดฝุ่นในโรงเรียน
มาตรการปิดโรงเรียน
ขอให้แต่ละโรงเรียนประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน โดยอาจพิจารณาจากทั้งสถานการณ์ PM 2.5 สภาพแวดล้อมและการความปลอดภัยในโรงเรียน และสถานการณ์สุขภาพ
สถานที่ทำงานและสถานประกอบการ
ให้พิจารณากำหนดมาตรการในการลดฝุ่นละออง เช่น carpool หากสถานการณ์ PM2.5 อยู่ในระดับสีส้ม (> 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) อาจพิจารณาให้กลุ่มเสี่ยง เช่น หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีโรคระบบทางเดินหายใจหรือโรคหัวใจเป็นพิเศษ อยู่ในห้องปลอดฝุ่น ลดการทำงานกลางแจ้ง เพื่อลดการรับสัมผัสฝุ่น หรือสำหรับงานที่สามารถทำงานทางไกลได้อาจพิจารณาให้ WFH ได้ตามความเหมาะสม
ขอขอบคุณที่มา : กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร
17 จังหวัดภาคเหนือ ประกาศห้ามเผา ปี 2566
- กำแพงเพชร 8 ธ.ค. - 30 เม.ย.
- นครสวรรค์ 1 ม.ค. - 30 เม.ย.
- พิจิตร 1 ม.ค. - 30 เม.ย.
- แพร่ 1 ก.พ. - 30 เม.ย.
- พะเยา 1 ก.พ. - 30 เม.ย.
- อุทัยธานี 1 ก.พ. - 30 เม.ย.
- สุโขทัย 1 ก.พ. - 30 เม.ย.
- อุตรดิตถ์ 1 ก.พ. - 30 เม.ย.
- เชียงราย 15 ก.พ. - 15 เม.ย.
- เชียงใหม่ 15 ก.พ. - 30 เม.ย.
- ลำพูน 15 ก.พ. - 30 เม.ย.
- ลำปาง 15 ก.พ. - 30 เม.ย.
- แม่ฮ่องสอน 15 ก.พ. - 30 เม.ย.
- น่าน 15 ก.พ. - 30 เม.ย.
- พิษณุโลก 16 ก.พ. - 16 เม.ย.
- เพชรบูรณ์ 16 ก.พ. - 16 เม.ย.
- ตาก 1 มี.ค. - 30 เม.ย.
#ประกาศห้ามเผา2566 #ห้ามเผา #ฝุ่นภาคเหนือ #ห้ามเผาภาคเหนือ
ขอขอบคุณที่มา > ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ