เนชั่นทีวี

รักษ์โลก

เปิดวิธีป้องกันฝุ่นพิษ PM 2.5 ในกรุงเทพฯและตจว. แนะวิธีสังเกตอาการผิดปกติ

10 ก.พ. 2566 | teerawat_pra

เปิดวิธีป้องกันฝุ่นพิษ PM 2.5 ในกรุงเทพฯและตจว. แนะวิธีสังเกตอาการผิดปกติ

แพทย์ดังแนะนำ วิธีรับมือป้องกันฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพฯ "ที่ทำงาน-โรงเรียน-สถานประกอบการ" ชาวตจว.ก็สามารถนำไปใช้ได้ พร้อมเผยวิธีสังเกตอาการผิดปกติเบื้องต้น เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนที่คุณรัก

จากรายงานเฝ้าระวังของ กรมควบคุมมลพิษและกรุงเทพมหานคร ระบุถึง สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีแนวโน้มสูงขึ้นนับตั้งแต่ช่วงวันที่ 27-28 ม.ค. 2566 และ 31 ม.ค.-1 ก.พ. 2566 ที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพอากาศนิ่งและปิด

เปิดวิธีป้องกันฝุ่นพิษ PM 2.5 ในกรุงเทพฯและตจว. แนะวิธีสังเกตอาการผิดปกติ โดยฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือ PM2.5 จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระบบต่าง ๆ ของร่างกาย อาทิ ตา ผิวหนัง ระบบทางเดินหายใจ และระบบหัวใจและหลอดเลือด 

จับตาล่าสุด รายงานข้อมูลค่าฝุ่น PM2.5 ในวันนี้ 

ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร สรุปผลการตรวจวัด PM2.5 วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 เวลา 9.00-11.00 น. (3 ชั่วโมงล่าสุด)

ตรวจวัดได้ 10-31 มคก./ลบ.ม.
ค่าเฉลี่ยของกรุงเทพมหานคร 18.1 มคก./ลบ.ม. 
ค่า PM2.5 มีแนวโน้มลดลงและอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกสถานีที่มีการตรวจวัด

ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง(คาดการณ์แนวโน้มสภาพอากาศที่ส่งผลกระทบต่อฝุ่นPM2.5 โดยสภาพทางอุตุนิยมวิทยา)

ในช่วงวันที่ 10 - 14 ก.พ. 2566 คาดว่าอัตราการระบายอากาศดี อากาศค่อนข้างเปิด ประกอบกับมีฝนบางพื้นที่ ประกอบกับช่วงวันที่ 10 -13 ก.พ. 66 ประเทศไทยมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองได้บางพื้นที่ มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้กำลังอ่อนพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้ และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุม ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งผลให้เกิดการสะสมของฝุ่นละออง PM2.5 มีแนวโน้มทรงตัว และวันนี้พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 ของพื้นที่

 

เปิดวิธีป้องกันฝุ่นพิษ PM 2.5 ในกรุงเทพฯและตจว. แนะวิธีสังเกตอาการผิดปกติ

ดังนั้น ช่วงวันที่ 9-15 ก.พ. 2566 พื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลมีแนวโน้มคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์คุณภาพอากาศที่ดีเนื่องจากสภาพอากาศที่เปิดมากขึ้น และมีลมใต้ที่มีกำลังค่อนข้างแรงช่วยพัดพาฝุ่นละออง ออกจากพื้นที่
 

อย่างไรก็ตาม ช่วงวันที่ 14 - 17 ก.พ.66 อากาศแปรปรวน จะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น เนื่องจากจะมีมวลอากาศเย็นระลอกใหม่ แผ่เสริมลงมาปกคลุมภาคอีสาน ทิศทางลมยังแปรปรวนในช่วงแรก ก่อนที่จะกลายเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือ (ลมหนาว) มีกำลังแรงขึ้น ในช่วงนี้จึงควรเฝ้าระวังการสะสมตัวของฝุ่นละออง PM2.5 เนื่องจากมีแนวโน้มที่ความกดอากาศจะสูงขึ้น
 

เปิดวิธีป้องกันฝุ่นพิษ PM 2.5 ในกรุงเทพฯและตจว. แนะวิธีสังเกตอาการผิดปกติ

จากการตรวจสอบข้อมูลจุดความร้อน (hotspot) ผ่านดาวเทียม จากหน่วยงาน NASA ไม่พบจุดความร้อนที่ดาวเทียมตรวจพบค่าความร้อนสูงผิดปกติจากค่าความร้อนบนผิวโลกบริเวณพื้นที่กรุงเทพมหานคร


* ค่าฝุ่น PM2.5 ล่าสุด 10 ก.พ. 2566 พื้นที่กรุงเทพฯ ตรวจวัดได้ 10-31 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร มีแนวโน้มลดลงและอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทุกสถานีที่มีการตรวจวัด

รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ ประจำวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 ณ เวลา 07.00 น. ภาพรวมปริมาณ PM2.5 ในประเทศพบเกินค่ามาตรฐาน ดังนี้

  • จ.เชียงราย  
  • จ.เชียงใหม่  
  • จ.แม่ฮ่องสอน  
  • จ.พะเยา  
  • จ.น่าน  
  • จ.ลำพูน  
  • จ.ลำปาง  
  • จ.แพร่  
  • จ.สุโขทัย  
  • จ.ตาก  
  • จ.นครพนม  
  • จ.ขอนแก่น
  • จ. กาฬสินธุ์ 

เปิดวิธีป้องกันฝุ่นพิษ PM 2.5 ในกรุงเทพฯและตจว. แนะวิธีสังเกตอาการผิดปกติ

ตรวจสอบคุณภาพอากาศรายภาค

  • ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 19 - 155 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 3 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 26 - 60 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคกลางและตะวันตก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 11 - 35 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคตะวันออก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 8 - 32 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 10 - 21 มคก./ลบ.ม.
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ. ร่วมกับ​ ​กทม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 10 - 39 มคก./ลบ.ม.

เปิดวิธีป้องกันฝุ่นพิษ PM 2.5 ในกรุงเทพฯและตจว. แนะวิธีสังเกตอาการผิดปกติ

เปิดวิธีป้องกันฝุ่นพิษ PM 2.5 ในกรุงเทพฯและตจว. แนะวิธีสังเกตอาการผิดปกติ

เปิดวิธีป้องกันฝุ่นพิษ PM 2.5 ในกรุงเทพฯและตจว. แนะวิธีสังเกตอาการผิดปกติ

เปิดวิธีป้องกันฝุ่นพิษ PM 2.5 ในกรุงเทพฯและตจว. แนะวิธีสังเกตอาการผิดปกติ

ย้อนไปอ่านข้อมูล ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 ณ 17:00 น.

ภาพรวมปริมาณ PM2.5 ในประเทศพบเกินค่ามาตรฐานใน จ.เชียงราย  จ.เชียงใหม่  จ.แม่ฮ่องสอน  จ.พะเยา  จ.ลำพูน จ.ลำปาง  จ.สุโขทัย  จ.ตาก  จ.พิษณุโลก  จ.นครพนม จ.ขอนแก่น  จ.อุบลราชธานี และ จ. ศรีสะเกษ

ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ สรุปดังนี้

  • ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 20 - 168 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เกินค่ามาตรฐาน 4 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 30 - 69 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคกลางและตะวันตก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 11 - 39 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคตะวันออก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 9 - 30 มคก./ลบ.ม.
  • ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 9 - 21 มคก./ลบ.ม.
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ. ร่วมกับ​ ​กทม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 10 - 43 มคก./ลบ.ม.
  • ประชาชนทั่วไป : ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น
  • ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ : ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น ถ้ามีอาการทางสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์

 

สำหรับประชาชน​ที่อยู่​บริเวณพื้นที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ​ (พื้นที่สีแดง)​ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองหากมีความจำเป็น หากมีอาการทางสุขภาพควรปรึกษาแพทย์

 

โดยท่านสามารถติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ได้ทาง

  • เว็บไซต์ Air4Thai.com
  • bangkokairquality.com
  • แอปพลิเคชัน Air4Thai และ
  • AirBKK

ที่มา : ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ

เปิดวิธีป้องกันฝุ่นพิษ PM 2.5 ในกรุงเทพฯและตจว. แนะวิธีสังเกตอาการผิดปกติ  
อีกหนึ่งความห่วงใย นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองอธิบดีกรมอนามัย ได้แนะนำถึง วิธีสังเกตอาการหากร่างกายได้รับฝุ่น PM 2.5 เข้าไปจะก่อให้เกิดอาการต่าง ๆ ซึ่งมีความรุนแรงของอาการ 3 ระดับ คือ 

  • ระดับเล็กน้อย เช่น แสบตา คันตา น้ำตาไหล คัดจมูก มีน้ำมูก แสบจมูก แสบคอ ไอแห้ง ๆ คันตามร่างกาย มีผื่น อาการ 
  • ระดับปานกลาง เช่น ตาแดง มองภาพไม่ชัด เลือดกำเดาไหล เสียงแหบ ไอมีเสมหะ หัวใจเต้นเร็ว 
  • ระดับรุนแรง เช่น แน่นหน้าอก หายใจลำบาก หายใจมีเสียงหวีด เหนื่อยง่าย ทั้งนี้ หากมีอาการรุนแรง ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที 

เปิดวิธีป้องกันฝุ่นพิษ PM 2.5 ในกรุงเทพฯและตจว. แนะวิธีสังเกตอาการผิดปกติ

เปิดวิธีการเฝ้าระวังและป้องกันตนเองจากฝุ่น PM 2.5

1.ติดตามสถานการณ์คุณภาพอากาศ จากสื่อหรือช่องทางต่างๆ ในพื้นที่ ได้แก่ โทรทัศน์ วิทยุชุมชน เป็นต้น โดยให้สังเกตสีเป็นหลัก

หากเป็น "สีส้ม" และ "สีแดง" ซึ่งเป็นค่าฝุ่นละอองที่เกินมาตรฐานและมีผลกระทบต่อสุขภาพควรปฏิบัติตนตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

2.ประเมินตนเองว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงหรือไม่ เช่น มีอาชีพอยู่กลางแจ้งต้องสัมผัสฝุ่นเป็นเวลานานหรืออาศัยในพื้นที่เสี่ยง เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์ ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคภูมิแพ้ หอบหืด เยื่อบุตาอักเสบ โรคหัวใจและหลอดเลือด หากพบว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่นและต้องดูแลป้องกันตนเองเป็นพิเศษ

3.ในช่วงที่ฝุ่นละอองสูง ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมนอกบ้าน

4.ถ้าจำเป็นต้องเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงฝุ่นสูง ให้สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นทั้งหน้ากากอนามัยหรือ N95 สามารถเลือกสวมได้ความตามเหมาะสมของแต่ละกลุ่ม หรือสวมหน้ากาก 2 ชั้นได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกรองฝุ่นได้

5.ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดในช่วงฝุ่นสูง ทำความสะอาดบ้านอยู่เสมอโดยการเช็ด/ถูแบบเปียก

6.หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในบริเวณที่มีฝุ่นสูง เช่น ริมถนน และห้ามสวมใส่หน้ากากป้องกันฝุ่นทุกชนิดขณะออกกำลังกายโดยเด็ดขาด หรือเปลี่ยนมาออกกำลังกายในบ้าน

7.สังเกตอาการผิดปกติของร่างกายและคนในครอบครัว หากพบว่ามีอาการไอ แน่นหน้าอก วิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ผื่นแดง หรืออาการผิดปกติทางร่างกายอื่น ๆ ให้รีบพบแพทย์ทันที

โรงเรียนและศูนย์เด็กเล็ก

ควรมีการสื่อสารสถานการณ์ และให้ความรู้แก่นักเรียนถึงอันตรายและวิธีการป้องกันตนเองที่ถูกต้อง เมื่อค่า PM 2.5 อยู่ในระดับสีเหลือง-ส้ม ควรลดหรืองดกิจกรรมกลางแจ้งทั้งการเข้าแถวหน้าเสาธงหรือพลศึกษา

เด็กที่มีโรคประจำตัว หรือเด็กเล็ก ควรได้รับการดูแลและเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด โดยจัดให้มีห้องปลอดฝุ่นในโรงเรียน

มาตรการปิดโรงเรียน

ขอให้แต่ละโรงเรียนประเมินความเสี่ยงอย่างรอบด้าน โดยอาจพิจารณาจากทั้งสถานการณ์ PM 2.5 สภาพแวดล้อมและการความปลอดภัยในโรงเรียน และสถานการณ์สุขภาพ

สถานที่ทำงานและสถานประกอบการ

ให้พิจารณากำหนดมาตรการในการลดฝุ่นละออง เช่น carpool หากสถานการณ์ PM2.5 อยู่ในระดับสีส้ม (> 75 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร) อาจพิจารณาให้กลุ่มเสี่ยง เช่น หญิงตั้งครรภ์ ผู้ที่มีโรคระบบทางเดินหายใจหรือโรคหัวใจเป็นพิเศษ อยู่ในห้องปลอดฝุ่น ลดการทำงานกลางแจ้ง เพื่อลดการรับสัมผัสฝุ่น หรือสำหรับงานที่สามารถทำงานทางไกลได้อาจพิจารณาให้ WFH ได้ตามความเหมาะสม

เปิดวิธีป้องกันฝุ่นพิษ PM 2.5 ในกรุงเทพฯและตจว. แนะวิธีสังเกตอาการผิดปกติ ขอขอบคุณที่มา : กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร

17 จังหวัดภาคเหนือ ประกาศห้ามเผา ปี 2566

  • กำแพงเพชร 8 ธ.ค. - 30 เม.ย.
  • นครสวรรค์ 1 ม.ค. - 30 เม.ย.
  • พิจิตร 1 ม.ค. - 30 เม.ย.
  • แพร่ 1 ก.พ. - 30 เม.ย.
  • พะเยา 1 ก.พ. - 30 เม.ย.
  • อุทัยธานี 1 ก.พ. - 30 เม.ย.
  • สุโขทัย 1 ก.พ. - 30 เม.ย.
  • อุตรดิตถ์ 1 ก.พ. - 30 เม.ย.
  • เชียงราย 15 ก.พ. - 15 เม.ย.
  • เชียงใหม่ 15 ก.พ. - 30 เม.ย.
  • ลำพูน 15 ก.พ. - 30 เม.ย.
  • ลำปาง 15 ก.พ. - 30 เม.ย.
  • แม่ฮ่องสอน 15 ก.พ. - 30 เม.ย.
  • น่าน 15 ก.พ. - 30 เม.ย.
  • พิษณุโลก 16 ก.พ. - 16 เม.ย.
  • เพชรบูรณ์ 16 ก.พ. - 16 เม.ย.
  • ตาก 1 มี.ค. - 30 เม.ย.

#ประกาศห้ามเผา2566 #ห้ามเผา #ฝุ่นภาคเหนือ #ห้ามเผาภาคเหนือ

เปิดวิธีป้องกันฝุ่นพิษ PM 2.5 ในกรุงเทพฯและตจว. แนะวิธีสังเกตอาการผิดปกติ

ขอขอบคุณที่มา > ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ

ข่าวล่าสุด