เอ็กซิตโพลล์ของหลายสำนักออกมาในทิศทางเดียวกันว่า พรรคแนชันแนล แรลลี (RN) ซึ่งเป็นพรรคขวาจัดของฝรั่งเศส ชนะการเลือกตั้งทั่วไปรอบแรกที่จัดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ (30 กรกฎาคม) ด้วยคะแนนเสียงราว 34% ขณะที่พันธมิตรพรรคฝ่ายซ้าย นิว ป็อปปูลาร์ ฟรอนท์ (NFP) ที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นใหม่ ได้คะแนนเสียงราว 29% และพันธมิตรพรรคสายกลาง อองซอมเบลอ (Ensemble) ภายใต้การนำของพรรคเรเนซองส์ ของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง อยู่ในอันดับ 3 ได้ 20.5%-23%
ผลเลือกตั้งครั้งนี้ทำให้คาดว่า พรรค RN ที่ก่อตั้งโดยมารีน เลอเปน จะคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งรอบสองในวันที่ 7 กรกฎาคม และจะสามาถกวาดที่นั่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรได้ราว 230-280 ที่นั่ง จากทั้งหมด 577 ที่นั่ง ซึ่งจะเพิ่มขึ้นอย่างมากจากปัจจุบันมีเพียง 88 ที่นั่ง ส่วนกลุ่ม NFP คาดว่า จะได้ 125-165 ที่นั่ง และ อองซอมเบลอ จะได้ 70-100 ที่นั่ง
และถึงแม้ RN มีแนวโน้มว่าจะมีจำนวน สส. มากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่ถึง 289 ที่นั่งหรือกึ่งหนึ่ง ที่จะทำให้ครองเสียงข้างมากเด็ดขาด และจะส่งผลให้การเมืองไร้เสถียรภาพ
นางเลอเปน ประกาศชัยชนะต่อหน้าฝูงชนผู้สนับสนุนพรรค RN โดยเรียกร้องให้ชาวฝรั่งเศสเทคะแนนเสียงให้นายจอร์แดน บาร์เดลลา หัวหน้าพรรค ได้รับชัยชนะด้วยเสียงข้างมากเด็ดในการเลือกตั้งรอบสองในสัปดาห์หน้า
และนายบาร์เดลลา วัย 28 ปี มีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส หากพรรคคว้าเสียงส่วนใหญ่ในสภา และเขาประกาศว่า พร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรีของชาวฝรั่งเศสทุกคน และเป็นนายกรัฐมนตรีที่สามารถทำงานร่วมกับระธานาธิบดี แต่ยืนยันจะไม่ยอมประนีประนอมใด ๆ เกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาล