สิ่งที่เกิดขึ้นจุดความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของโลกอีกครั้ง โดยท่าเรือแห่งนี้เป็นท่าเรือที่มีการสัญจรคับคั่งมากเป็นอันดับ 9 ของสหรัฐฯ ในแง่ปริมาณและมูลค่าของสินค้าต่างประเทศที่ลำเลียงผ่านท่าเรือแห่งนี้ โดยในปีที่แล้วมีสินค้าจากต่างประเทศลำเลียงผ่านท่าเรือนี้มากถึง 52.3 ล้านตัน และมีมูลค่าเกือบ 80,800 ล้านดอลลาร์ และเป็นท่าเรือลำเลียงรถยนต์ส่งออกที่คับคั่งที่สุดในสหรัฐฯ อีกด้วย
ท่าเรือแห่งนี้ยังรองรับรถยนต์นำเข้าแบรนด์ดังมากกว่า 800,000 คัน รวมทั้ง เบนท์ลีย์, ออดี, โฟล์คสวาเกน, นิสสัน และจากัวร์ แลนด์ โรเวอร์ ซึ่งฟอร์ดและเจนเนอรัล มอเตอร์ เตรียมเปลี่ยนเส้นทางการขนส่งไปท่าเรือแห่งอื่น
นอกจากนี้บัลติมอร์ยังเป็นจุดส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่สำคัญของสหรัฐฯ โดยมีการส่งออก LNG มากถึงเกือบ 500,000 ตันต่อเดือนจากบัลติมอร์ และยังมีถ่านหินส่งออกที่ขนถ่ายที่ท่าเรือแห่งนี้มากเป็นอันดับ 2 ของสหรัฐฯ ในปีที่แล้ว โดยมีปริมาณถ่านหินส่งออกจากท่าเรือนี้ถึง 22 ล้านตันในปีที่แล้ว บริษัทรถไฟและผู้ผลิตถ่านหินแจ้งเตือนลูกค้าแล้วว่าการส่งออกถ่านหินอาจหยุดชะงัก