เนชั่นทีวี

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ ส่งหน่วยรบพิเศษไปไต้หวันประจันหน้าจีน

21 มี.ค. 2567

สหรัฐฯ ส่งหน่วยรบพิเศษไปไต้หวันประจันหน้าจีน

โลกกำลังตกอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงล่าสุด ขณะที่สงครามในยูเครนกับตะวันออกกลางยังไม่มีทีท่าว่าจะบรรเทา เอเชียกำลังจะเกิดชนวนพิพาทใหม่ เมื่อไต้หวันยอมรับว่าสหรัฐฯ กำลังจะส่งทหารเข้าไปประจำการถาวร ที่ถือเป็นการไปประจันหน้ากับจีน

ไต้หวันยืนยันอย่างเป็นทางการว่า สหรัฐฯ จะส่งทหารเข้าไปประจำการบนเกาะต่าง ๆ ของไต้หวัน โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบไต้หวัน ซึ่งเท่ากับเป็นการประจันหน้ากับจีนที่ปรารถนาจะครอบครองเกาะแห่งนี้ โดยไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ว่าอาจจะต้องมีการใช้กำลังบังคับ ทำให้โลกตกกำลังจะเผชิญวิกฤตความตึงเครียดแห่งใหม่ ซึ่งอาจเป็นการเผชิญหน้ากันระหว่างมหาอำนาจแห่งตะวันตกกับตะวันออกคือ สหรัฐฯ กับจีน

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ น่าจะเป็นผลพวงจากการผ่านร่างกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ (National Defense Authorization Act ) หรือ NDAA ประจำปี 2567 เมื่อวันพฤหัสบดี (14 ธันวาคม) ซึ่งมีการตั้งวงเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 886,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อการใช้จ่ายทางทหารประจำปีและการอนุมัตินโยบายต่าง ๆ ได้แก่ การช่วยเหลือยูเครนและการ "คานอิทธิพลของจีน" ในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ด้วยการส่งทหารไปดำเนินโครงการฝึกอบรมให้แก่กองกำลังแนวหน้าของไต้หวัน

จีนยังคงมุ่งมั่นอ้างกรรมสิทธิ์เหนือไต้หวัน โดยมองว่าเป็นเพียงมณฑลที่ก่อกบฏ แม้จะไม่เคยปกครองมาก่อนก็ตาม และกิจกรรมทางทหารที่เข้มข้นขึ้นของจีนทั้งในและรอบ ๆ ช่องแคบไต้หวัน ได้กระตุ้นให้ไต้หวันต้องเพิ่มขีดความสามารถด้านการป้องกันตนเอง

สหรัฐฯ ส่งหน่วยรบพิเศษไปไต้หวันประจันหน้าจีน

สื่อไต้หวัน "ยูไนเต็ด เดลี นิวส์" (United Daily News) หรือ UDN รายงานว่า หน่วยรบพิเศษแห่งกองทัพบกสหรัฐฯ (United States Army Special Forces) หรือที่รู้จักในชื่อ "กรีน เบอเรต์ส" (Green Berets) จากกองรบพิเศษที่ 1 (1st Special Forces Group) ได้เข้าไปประจำการถาวรที่ฐานทัพของกองพันลาดตระเวนสะเทินน้ำสะเทินบกที่ 101 (101st Amphibious Reconnaissance Battalion) สังกัดกองกำลังปฏิบัติการพิเศษของกองทัพไต้หวัน ที่ตั้งอยู่ใน 2 เกาะที่ห่างไกล คือ เผิงหูและจินเหมิน 

เกาะจินเหมินอยู่ห่างจากชายฝั่งจีนแค่ 1.6 กิโลเมตรเท่านั้น คำว่า "จินเหมิน" เป็นภาษาฮกเกี้ยน เป็นคำผสมระหว่าง "จิน" แปลว่าทองคำ กับ "เหมิน" แปลว่าประตู จึงมีความหมายว่า "ประตูทองคำ" และในความเป็นจริงคือ เกาะนี้คือหน้าด่านของไต้หวันเมื่อต้องทำสงครามกับจีน 

ส่วนไต้หวันเดิมมีชื่อว่า "ฟอร์โมซา" (Formosa) ในภาษาโปรตุเกส แปลว่า "เกาะสวยงาม" เนื่องจากโปรตุเกสเคยเดินทางมายังเกาะนี้และตั้งชื่อเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้ยึดเอามาเป็นอาณานิคม ไต้หวันมีพื้นที่ประมาณ 36,000 ตารางกิโลเมตร เล็กกว่าไทยประมาณ 14 เท่า ประกอบด้วยเกาะใหญ่และเล็กรวม 172 เกาะ เกาะใหญ่ที่สุดคือเกาะไต้หวัน รองลงมาคือ เกาะเผิงหู เกาะจินเหมินและเกาะมาจู่

สหรัฐฯ ส่งหน่วยรบพิเศษไปไต้หวันประจันหน้าจีน

เหตุใดจีนจึงต้องการครอบครองไต้หวัน

ในด้านภูมิรัฐศาสตร์ไต้หวันตั้งอยู่ใน "แนวห่วงโซ่เกาะชั้นที่ 1" (First Island Chain) หรือกลุ่มดินแดนพันธมิตรของสหรัฐฯ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ที่มีความสำคัญต่อการต่อต้านการรุกรานของกองทัพจีน และมีความสำคัญต่อนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ และนักรัฐศาสตร์มองว่า ถ้าจีนยึดไต้หวันก็อาจทำให้จีนมีอิสระมากขึ้นในการแสดงอำนาจในภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก และอาจคุกคามไปถึงฐานทัพสหรัฐฯ ที่อยู่ไกลถึงกวมและฮาวายได้ด้วย

ข้อมูลจากกระทรวงการคลังของจีนที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ระบุว่าจีนเตรียมเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม 7.2% เป็น 1.67 ล้านล้านหยวน (231,360 ล้านดอลลาร์) ซึ่งเป็นรองแค่สหรัฐฯ ขณะที่การประเมินอย่างไม่เป็นทางการชี้ว่า งบประมาณที่ใช้จ่ายที่แท้จริงอาจจะสูงกว่าตัวเลขอย่างเป็นทางการ 

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่านับตั้งแต่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก้าวขึ้นสู่อำนาจและกุมบังเหียนกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน หรือ PLA มานานกว่า 10 ปี งบกลาโหมของจีนได้ขยายตัวมากกว่า 2 เท่า โดยเปรียบเทียบร่างงบกลาโหมเมื่อปี 2567 อยู่ที่ 1.67 ล้านล้านหยวน กับงบในปี 2556 อยู่ที่ 720,000 ล้านหยวน ทั้งยังพบว่างบกลาโหมมีสัดส่วนที่สูงกว่าการตั้งเป้าหมายการเติบโตของเศรษฐกิจอยู่เสมอ โดยรัฐบาลจีนคาดการณ์เศรษฐกิจเติบโตในปี 2567 ไว้ที่ประมาณ 5% ใกล้เคียงกับปีที่แล้ว บ่งชี้ถึงการให้ความสำคัญกับกองทัพและเจตนารมย์บางอย่าง ท่ามกลางความขัดแย้งในภูมิภาค