svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ต่างประเทศ

รู้ว่าเสี่ยงก็ต้องลอง ทีมหาเสียง "ไบเดน" จำต้องพึ่ง TikTok

13 กุมภาพันธ์ 2567

ในที่สุดทีมหาเสียงของ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ก็ต้านกระแสความนิยมของ TikTok ไม่ไหว ต้องเปิดบัญชีเพื่อใช้ในการหาเสียง แม้ไบเดนจะเป็นคนลงนามกฎหมายห้ามใช้ในอุปกรณ์ของรัฐบาล เพราะอาจเป็นภัยต่อความมั่นคง แต่ชนะการเลือกตั้งปลายปีนี้... รู้ว่าเสี่ยงก็ต้องลอง

แม้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ จะเป็นคนลงนามในกฎหมายห้ามใช้ TikTok บนอุปกรณ์ของรัฐบาลเมื่อปี 2565 เพื่อป้องกันการถูกสอดแนมจากรัฐบาลจีน ทั้งยังอ้างว่าเนื้อหาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียแชร์วิดีโอสั้น ที่มีความยาวไม่เกิน 1 นาทีนี้ ส่งเสริมกิจกรรมอันตรายในหมู่ผู้ใช้งานที่เป็นเยาวชน แต่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่เขามุ่งมั่นจะครองทำเนียบขาวต่ออีกหนึ่งสมัย ในขณะที่ถูกปรามาสว่าเป็นผู้สมัครวัยชรา หลง ๆ ลืม ๆ ทำให้ทีมหาเสียงของเขาต้องปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ เพื่อให้สามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ ที่ตอนนี้ไม่มีอะไรเทียบเท่า TikTok โดยแม้รู้ว่าเสี่ยงก็ต้องขอลอง เพราะเป็นช่องทางสำคัญของการหาเสียง 

รู้ว่าเสี่ยงก็ต้องลอง ทีมหาเสียง "ไบเดน" จำต้องพึ่ง TikTok

บัญชี TikTok อย่างเป็นทางการเพื่อใช้ในการหาเสียงของไบเดน มีชื่อว่า "@bidenhq" (แอดไบเดน เอชคิว) เปิดตัวเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2567 ตรงกับช่วงตรุษจีนและการแข่งขันซูเปอร์โบว์ล (Super Bowl) ครั้งที่ 58 ซึ่งคลิปวิดีโอแรกมีชื่อว่า "แอลโอแอล เฮย์ กายส์" (lol hey guys) ไบเดนได้พูดถึงการแข่งขันของคู่ชิงระหว่าง "แคนซัส ซิตี ชีฟส์" (Kansas City Chiefs) กับ "ซานฟรานซิสโก โฟร์ตีไนเนอส์" (San Francisco 49ers) มีสัญลักษณ์ของ 2 ทีม ขึ้นมาประกอบ 

 

@bidenhq

lol hey guys

♬ Fox nfl theme - Notrandompostsguy



 

การที่ TikTok ได้ชื่อว่าเป็นแอปพลิเคชันที่แจ้งเกิดครีเอเตอร์หลายคน ดังนั้นไบเดนจึงต้องมีลูกเล่นหรือมุกตลก เช่น เมื่อถูกถามในวิดีโอเปิดตัวว่าเขาเชียร์แคนซัส ซิตี ชีฟส์หรือซานฟรานซิสโก โฟร์ตีไนเนอร์ส เขาตอบว่าฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ (Philadelphia Eagles) "เพราะไม่อย่างนั้น ผมต้องนอนคนเดียว ภรรยาของผมเป็นสาวฟิลาเดลเฟีย"

TikTok เป็นของบริษัท "ไบต์แดนซ์" (ByteDance) ที่มีสัญชาติจีนและถูกแบนในสหรัฐฯ เพราะกลัวว่ารัฐบาลจีนอาจเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้งาน ซึ่ง "โซว จื่อ โจว" CEO ของบริษัทก็เคยเข้าให้การต่อสภาคองเกรสมาแล้ว และเมื่อไบเดนได้ลงนามห้ามใช้ TikTok ในอุปกรณ์ของรัฐบาลกลาง ทำให้รัฐต่าง ๆ พากันปฏิบัติตามด้วยการลบ TikTok ออกจากอุปกรณ์ของรัฐ ด้วยเหตุผลด้านความมั่นคง แต่การที่ไบเดนมาใช้ TikTok เป็นช่องทางหาเสียงเสียเอง ทำให้เกิดคำถามและความวิตกด้านความมั่นคงระลอกใหม่ จนทีมเสียงของเขาต้องรีบชี้แจงไปยังสื่อทุกสำนักว่า บัญชี TikTok ของไบเดน ไม่ได้ดำเนินการโดยตัวเขาแต่เป็นทีมงานหาเสียง 

รู้ว่าเสี่ยงก็ต้องลอง ทีมหาเสียง "ไบเดน" จำต้องพึ่ง TikTok

ไมเคิล สตารร์ ฮอปกินส์ นักวางยุทธศาสตร์ของพรรคเดโมแครต ที่ทำงานหาเสียงให้บารัค โอบามากับฮิลลารี คลินตัน ให้ความเห็นว่า ชาวเดโมแครตลังเลที่จะให้ TikTok เพื่อเชื่อมพวกเขากับผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้ง เพราะกังวลด้านความปลอดภัยของข้อมูล แต่ผู้สมัครก็ต้องยอมรับความจริงด้วยว่า มีแต่แพลตฟอร์มนี้ที่พวกเขาสามารถเข้าถึงประชากรทุกกลุ่ม ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน และไม่อาจเสียเปรียบได้ถ้าพวกรีพับลิกันก็ใช้ 

ไบเดนตั้งความหวังว่าการเลือกตั้งในปีนี้จะมีคนออกไปใช้สิทธิ์มากเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะคนหนุ่มสาวที่เคยช่วยให้เขาคว้าชัยชนะเมื่อครั้งที่แล้ว โดยข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลและวิจัยเกี่ยวกับการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของพลเมืองของมหาวิทยาลัยทัฟต์ส (Tufts University's Center for Information & Research on Civic Learning and Engagement) ระบุว่า มีคนหนุ่มสาวราว 50% ออกไปใช้สิทธิ์ เมื่อปี 2563 และผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งราว 65% มีอายุระหว่าง 18 to 24 ปี ที่ไปลงคะแนนเลือกประธานาธิบดีของพรรคเดโมแครต

รู้ว่าเสี่ยงก็ต้องลอง ทีมหาเสียง "ไบเดน" จำต้องพึ่ง TikTok

แต่จากการสำรวจล่าสุดพบว่าปีนี้อาจไม่เหมือน 4 ปีที่แล้ว เพราะผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งที่เป็นคนหนุ่มสาวพากันมองว่า ไบเดนเข้าข้างอิสราเอลมากเกินไปและไม่พอใจการรับมือสงครามในกาซา หลายคนมองว่าเขายังทำได้ไม่มากพอเกี่ยวกับการยกเลิกหนี้การกู้ยืมเพื่อการศึกษา ยังมีปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือเรื่องของอายุของไบเดนที่สูงถึง 81 ปี โดยผลสำรวจล่าสุดชี้ว่า 75% ของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทุกช่วงอายุที่จะไปหย่อนบัตรในเดือนพฤศจิกายนเชื่อว่า ไบเดนอายุมากเกินกว่าจะรับหน้าที่สำคัญนี้ต่อไป