เนชั่นทีวี

ต่างประเทศ

สี จิ้นผิง ปลุกขวัญก่อนวันชาติ เน้นสามัคคี ชุบฟื้นเศรษฐกิจ

29 ก.ย. 2566 | jurairat

สี จิ้นผิง ปลุกขวัญก่อนวันชาติ เน้นสามัคคี ชุบฟื้นเศรษฐกิจ

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แหวกประเพณีโดยกล่าวสุนทรพจน์ด้วยตัวเองในงานเลี้ยงก่อนวันครบรอบ 74 ปีวันชาติ ย้ำให้ทั้งประเทศสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวเพื่อสร้างชาติจีนที่แข็งแกร่ง และสะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนในการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ

สี จิ้นผิง ปลุกขวัญก่อนวันชาติ เน้นสามัคคี ชุบฟื้นเศรษฐกิจ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวสุนทรพจน์ในงานเลี้ยงอาหารค่ำประจำปีก่อนวันชาติเมื่อคืนวันพฤหัสบดี (28 กันยายน) ซึ่งเป็นการกล่าวสุนทรพจน์ด้วยตัวเองครั้งที่ 3 นับจากเข้ารับตำแหน่ง ในขณะที่ปกติแล้วนายกรัฐมนตรีเป็นผู้กล่าวสุนทรพจน์ และงานเลี้ยงปีนี้จัดขึ้นสามวันก่อนที่จะถึงวันครบรอบการสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนในวันที่ 1 ตุลาคม

ประธานาธิบดีสี กล่าวต่อหน้าแขกผู้ร่วมงานเกือบ 800 คน ซึ่งมีนักการทูตต่างชาติเข้าร่วมด้วยที่มหาศาลาประชาชนจีนในกรุงปักกิ่ง โดยมีนายกรัฐมนตรีหลี เฉียง ร่วมฟังในงานเลี้ยงด้วย

ผู้นำจีน กล่าวว่า อนาคตของจีนสดใส แต่หนทางข้างหน้าไม่ราบเรียบนัก และจีนยังต้องปีนฝ่าอุปสรรคมากมาย พร้อมกับย้ำว่า “ความแข็งแกร่งของเราที่มาจากเอกภาพและความเชื่อมั่น มีค่ามากกว่าทอง”

สี จิ้นผิง ปลุกขวัญก่อนวันชาติ เน้นสามัคคี ชุบฟื้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้เขาย้ำว่า รัฐบาลจะพยายามบรรลุเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมที่กำหนดไว้ของปีนี้ และจะเดินหน้าการปฏิรูปอย่างจริงจัง และเปิดกว้างรอบด้าน ซึ่งรวมถึงกฎข้อบังคับ การบริหารจัดการและมาตรฐาน ส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพสูงของความริเริ่ม (หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง) และเชื่อมโยงเศรษฐกิจในประเทศและระหว่างประเทศอย่างเหมาะสมเพื่อให้การพัฒนาเศรษฐกิจมีความยืดหยุ่นและแข็งแกร่ง และยังมีงานต้องทำอีกมากเพื่อเพิ่มการจ้างงาน ช่วยเหลือผู้ที่ประสบความยากลำบาก ฟื้นฟูชนบท และบรรลุเป้าหมายของนโยบายเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน

ถ้อยแถลงของผู้นำจีนล่าสุดสะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลจะกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และนักวิเคราะห์ เชื่อว่า จะมีการออกมาตรฐานกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่

สี จิ้นผิง ปลุกขวัญก่อนวันชาติ เน้นสามัคคี ชุบฟื้นเศรษฐกิจ นอกจากนี้ผู้นำจีน ยังกล่าวย้ำว่า หลักการ “หนึ่งประเทศ สองระบบ” จะต้องได้รับการปฏิบัติอย่างเต็มที่และมั่นคงด้วยศรัทธาเต็มเปี่ยม พร้อมกับให้ความมั่นใจเกี่ยวกับความเจริญรุ่งเรืองและเสถียรภาพในระยะยาวของฮ่องกงและมาเก๊า  และเขายืนยันยึดหมั่นลักการจีนเดียว และจะส่งเสริมการพัฒนาอย่างสันติข้ามช่องแคบไต้หวัน โดยไม่อาจมีใครขัดขวางการรวมชาติของไต้หวันกับแผ่นดินใหญ่ได้

สี จิ้นผิง เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 3 ในปีนี้ ท่ามกลางภูมิทัศน์ทางการเมืองในประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การหายตัวไปอย่างไร้คำอธิบายของรัฐมนตรี 2 คน และผู้บัญชาการทหารระดับสูงบางคน และหลี่ ซางฟู่ รัฐมนตรีกลาโหมเป็นรายล่าสุดที่ไม่ได้ปรากฏตัวต่อสาธารณชนนับจากปลายเดือนสิงหาคม

การเปลี่ยนแปลงในระดับสูงของรัฐบาลจีนดังกล่าว ที่นักการทูตและนักวิชาการ มองว่าเป็นการกวาดล้างทางการเมือง ทำให้เกิดความไม่แน่นอนมากขึ้นเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายของรัฐบาล และเป็นอุปสรรคต่อการทำงานกับรัฐบาลต่างชาติ

ข่าวล่าสุด