เนชั่นทีวี

ต่างประเทศ

จีนทำพิมพ์เขียวญาติดีไต้หวัน แต่ส่งเรือรบไปล้อมกรอบ

14 ก.ย. 2566 | piyarom

จีนทำพิมพ์เขียวญาติดีไต้หวัน แต่ส่งเรือรบไปล้อมกรอบ

สถานการณ์บริเวณช่องแคบไต้หวันกลับมาระอุอีก เมื่อจีนทำ "พิมพ์เขียว" (blueprint) เพื่อการพัฒนาแบบ "บูรณาการ" กับไต้หวัน แต่ขณะเดียวกันก็ส่งเรือรบหลายลำเข้าไปแล่นล้อมรอบเกาะที่ปกครองตัวเองแห่งนี้

เมื่อวันอังคาร (12 กันยายน 2566) จีนได้เผยแผนที่จะ "กระชับการบูรณาการ" ระหว่างชายฝั่งมณฑลฝูเจี้ยนกับไต้หวัน โดยอ้างถึงประโยชน์ของความร่วมมือข้ามช่องแคบที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ส่งเรือรบไปป้วนเปี้ยนรอบ ๆ เกาะที่ปกครองตนเองแห่งนี้ เพื่อแสดงแสนยานุภาพทางทหาร 

แผนการนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเป็นคำสั่งที่ออกร่วมกันระหว่างคณะกรรมการกลางแห่งพรรคคอมนิวนิสต์จีน (Chinese Communist Party's Central Committee) และคณะมนตรีรัฐกิจ (State Council) ที่ประกาศจะทำให้มณฑลฝูเจี้ยนเป็น "พื้นที่สาธิต" การบูรณาการเมือง (demonstration zone) เพื่อการพัฒนาแบบบูรณาการกับไต้หวัน และจะทำให้เป็น "บ้านหลังแรก" (first home) สำหรับชาวไต้หวันและธุรกิจต่าง ๆ ที่จะเข้าไปตั้งถิ่นฐานที่จีน

จีนทำพิมพ์เขียวญาติดีไต้หวัน แต่ส่งเรือรบไปล้อมกรอบ

สื่อของรัฐบาลจีนอ้างว่า พวกผู้เชี่ยวชาญจีนได้ยกย่องเอกสารสำหรับแผนนี้ว่าเป็น "พิมพ์เขียว" การพัฒนาอนาคตของไต้หวัน ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ละเอียดอ่อนบนความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบ ในขณะที่ไต้หวันกำลังเตรียมตัวจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนมกราคม

แม้จะวางแผนกระชับความสัมพันธ์ แต่จีนก็ยังคงกดดันทางทหารต่อไต้หวันที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย และมีประชากร 24 ล้านคน ที่พรรคคอมมิวนิสต์จีน อ้างว่าเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ เป็นดินแดนของจีน แม้ว่าจะไม่เคยครอบครองเลยก็ตาม 

จีนทำพิมพ์เขียวญาติดีไต้หวัน แต่ส่งเรือรบไปล้อมกรอบ

ก่อนที่จะเปิดตัวพิมพ์เขียว จีนได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินและเรือรบอีกราว 12 ลำ ไปวนเวียนอยู่ในน่านน้ำใกล้เกาะไต้หวันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า จีนใช้ทั้งไม้อ่อนและไม้แข็งจัดการกับไต้หวันมานานแล้ว โดยในขณะที่ขู่ว่าจะใช้กำลังทางทหารเข้าผนวกไต้หวันเป็นดินแดนเดียวกับจีน ในวันใดวันหนึ่งถ้าจำเป็น แต่ก็ยังเสนอโอกาสในการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจและวัฒนธรรม 

เมื่อพิจารณาความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบที่ลุ่ม ๆ ดอน ๆ ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ทำให้ไม่มีความชัดเจนว่า ทางฝ่ายไต้หวันจะตอบรับข้อเสนอที่คลุมเครือของจีนอย่างไร แต่เมื่อวันพุธ (13 กันยายน 2566) สส.หวัง ถิง-หยู ของพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (Democratic Progressive Party) ที่เป็นแกนนำรัฐบาล ให้ความเห็นว่า แผนบูรณาการของจีนนั้น "ไร้สาระ" เขาอ้างถึงความพยายามของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล "จีนควรคิดหาหนทางดูแลหนี้เสียของตัวเองให้ได้ก่อน ไม่ใช่มัวมานั่งคิดเรื่องจัดการกับไต้หวัน" 

จีนทำพิมพ์เขียวญาติดีไต้หวัน แต่ส่งเรือรบไปล้อมกรอบ


แนวคิดเปลี่ยนมณฑลฝูเจี้ยนให้เป็นเขตการพัฒนา เพื่อการบูรณาการกับไต้หวัน ถูกบรรจุไว้ในเอกสารอย่างเป็นทางการครั้งแรกของจีน เมื่อปี 2564 แต่ตอนนั้นไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด 

ตอนที่ทางฝั่งจีนเผยแผนนี้เมื่อเดือนมิถุนายน ทางฝั่งไต้หวันมองว่า "ไร้ความหมาย" และ "เปล่าประโยชน์" ไม่สอดคล้องกับความหวังของสาธารณชนชาวไต้หวัน และยังถือเป็นการ "หยาม" ไต้หวันอีกด้วย แม้จีนจะอ้างว่า จะปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้พร้อม ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทไต้หวันในฝูเจี้ยน กระชับความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมและเงินทุนให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ตลอดจนสนับสนุนให้บริษัทไต้หวัน เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของจีนด้วย

จีนยังจูงใจด้วยว่าจะอนุญาตให้บริษัทไต้หวันเข้าไปลงทุน และตั้งบริษัทผลิตรายการวิทยุและโทรทัศน์ที่ฝูเจี้ยน เป็นโครงการนำร่องอีกด้วย นอกจากนี้ยังหวังจะดึงดูดแรงงานชาวไต้หวันและครอบครัวให้ไปตั้งถิ่นฐาน โดยให้คำมั่นว่าจะปรับปรุงโครงการสวัสดิการสังคม เพื่อให้ชาวไต้หวันสามารถอาศัยและทำงานที่มณฑลแห่งนี้ได้ง่ายขึ้น รวมถึงการซื้ออสังหาริมทรัพย์ และสัญญาด้วยว่าจะปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน สำหรับนักเรียนไต้หวันที่เข้าไปลงทะเบียนเรียนในโรงเรียนของรัฐ

จีนทำพิมพ์เขียวญาติดีไต้หวัน แต่ส่งเรือรบไปล้อมกรอบ

มณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งมีประชากร 40 ล้านคน ตั้งอยู่ด้านตะวันตกของช่องแคบไต้หวัน และได้ชื่อว่าใกล้ชิดกับไต้หวันที่สุด ทั้งด้านภูมิศาสตร์และวัฒนธรรม อันที่จริงชาวไต้หวันจำนวนมาก สืบเชื้อสายมาจากชาวฝูเจี้ยนจำนวนมากที่อพยพเข้าไปในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา โดยนำภาษาถิ่น ประเพณี และศาสนา ที่เป็นรากฐานของวัฒนธรรมดั้งเดิมในหมู่ประชากรชาวฮั่น ที่เป็นประชากรส่วนใหญ่ของไต้หวันไปด้วย

พรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้พยายามใช้ความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมระหว่างฝูเจี้ยนกับไต้หวันมานาน เพื่อหวังใช้เป็นเครื่องมือในการรวมชาติกับไต้หวัน

ข่าวล่าสุด