เนชั่นทีวี

ต่างประเทศ

เอลนีโญส่งผลอินโดนีเซียแล้งหนัก ชาวบ้านต้องขุดหาน้ำจากใต้ดิน

09 ส.ค. 2566 | piyarom

เอลนีโญส่งผลอินโดนีเซียแล้งหนัก ชาวบ้านต้องขุดหาน้ำจากใต้ดิน

อินโดนีเซียเผชิญสภาพอากาศร้อนจัดติดต่อกัน 4 เดือนแล้ว อันเป็นผลมาจากอิทธิพลของปรากฎการณ์เอลนีโญ ที่ทำให้หมู่บ้านของชาวไร่ยาสูบ ต้องขุดหาน้ำจากใต้ดิน และได้น้ำที่ขุ่นไปด้วยโคลนเพียง 2-3 ลิตร

หลุมตื้นๆ ที่ใช้มือขุด เป็นแหล่งน้ำแห่งเดียวของหมู่บ้าน "คารังกันยาร์" ที่มีประชากรเพียง 5,000 คน และได้กลายเป็นพื้นที่แห้งแล้งในจังหวัดชวากลาง ที่ไม่มีฝนตกเลยในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ทำให้ไม่สามารถเก็บเกี่ยวพืชผล อย่างเช่น ข้าวโพด ได้

ชาวบ้านคนหนึ่ง บอกว่า ความแห้งแล้งในหมู่บ้านแห่งนี้ รับรู้ได้ตั้งแต่เดือนเมษายน และไม่มีฝนตกลงมาเลยจนกระทั่งวันนี้ บ่อน้ำทั้่งหลายในหมู่บ้านแห่งนี้ ก็แห้งขอด ชาวบ้านทำได้แค่ขุดเอาน้ำจากใต้ดินเท่านั้น

สำนักพยากรณ์อากาศของอินโดนีเซีย รายงานว่า มีหมู่บ้านราวๆ 22 แห่ง ในเขต โกรโบกัน รวมทั้ง คารังกันยาร์ ที่เผชิญภัยแล้งรุนแรงตั้งแต่ฤดูแล้งยังมาไม่ถึงด้วยซ้ำ เพราะปกติจะเริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ถึงเดือนกันยายนของทุกปี ความแห้งแล้งของปีนี้ ได้ส่งผลให้ชาวบ้านไม่สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำดั้งเดิม ซึ่งก็คือบ่อน้ำที่มีอยู่รอบบ้านหรือในหมู่บ้าน

พวกชาวบ้านไม่มีทางเลือก ทำให้ต้องเดินทางไกลถึง 8 กิโลเมตร เพื่อขุดหาน้ำที่ขุ่นคลั่กไปด้วยโคลน และมักจะมีลดเค็ม ชาวบ้านอีกคนหนึ่งกับภรรยา ก็เอาน้ำจากแหล่งเดียวกันไปใช้ในชีวิตประจำวัน ตามความจำเป็นขั้นพื้นฐานมาหลายเดือนแล้ว ทำให้ชาวบ้านต้องต่อรอน้ำที่ขุดได้ในแต่ละวัน

ชาวบ้าน บอกว่า ถ้าน้ำในแม่น้ำแห้งเหือดไป เราก็ต้องมารอคิวที่นี่ บางครั้งก็ใช้ซักผ้า ทำอาหาร หรือแม้กระทั่งดื่มกิน ทางการ ระบุว่า อ่างเก็บน้ำหลายแห่งในเขตโกรโบกัน ก็ประสบปัญหาระดับน้ำลดลงเช่นกัน คลองชลประทานแห้งขอด และพืชผลเหี่ยวเฉาเพราะความร้อน

ไร่ยาสูบของชาวบ้าน ซึ่งเป็นพืชหลักที่ต้องเก็บเกี่ยวของภูมิภาค ก็ทำท่าว่าจะไม่รอด แม้ยังเป็นสีเขียวอยู่ก็ตาม ทางการจังหวัดชวา ยอมรับว่า ความพยายามในการจัดหาน้ำที่จำเป็นอย่างมากสำหรับผู้อยู่อาศัยที่ประสบภัยแล้ง ประสบความล้มเหลว ซึ่งเป็นผลมาจากฤดูแล้งที่มาเร็วกว่าที่คาด โดยเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน

แถลงการณ์ที่ออกมาเมื่อต้นเดือน นายกันจาร์ ปราโนโว ผู้ว่าราชการจังหวัดชวากลาง ได้สั่งให้รัฐบาลท้องถิ่น จัดเตรียมรับมือภัยแล้งที่ยาวนาน รวมถึงการเพิ่มระบบบำบัดน้ำเพื่อนำน้ำฝนมาใช้ แต่ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา แทบไม่มีฝนตกเลย ทำให้รัฐบาลท้องถิ่นมีทางเลือกไม่มากนักในการจัดหาหมู่บ้าน

สำนักงานพยากรณ์อากาศจังหวัดชวากลาง ได้โทษว่าเป็นอิทธิพลของเอลนีโญ  ที่ทำให้เกิดภัยแล้ง และส่งผลทบต่อประชากร 63% ซึ่งเอลนีโญ เป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ ที่นอกจากจะทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นในหลายส่วนของโลกแล้ว ยังทำให้เกิดพายุหมุนเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิก และปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้น นำไปสู่ความเสี่ยงที่จะเกิดอุทกภัยในบางส่วนของอเมริกา เอเชีย และที่อื่น ๆ 

สำนักพยากรณ์อากาศ เตือนเมื่อเดือนที่แล้วด้วยว่า ฤดูแล้งที่รุนแรงในเดือนนี้ เป็นภัยต่อการเก็บเกี่ยว และเสี่ยงที่จะเกิดไฟป่า ที่คาดว่าจะถึงจุดพีค ระหว่างเดือนสิงหาคม ถึงต้นเดือนกันยายน

ข่าวล่าสุด