แต่การเลือกตั้งปี 2546 พรรคฟุนซินเปคได้ที่นั่งเพียง 26 ที่นั่ง และเจ้ารณฤทธิ์แยกตัวออกไปตั้งพรรคใหม่มีชื่อว่า พรรคนโรดม รณฤทธิ์ (Norodom Ranariddh) แต่ก็เกือบสูญพันธุ์ เพราะได้แค่ 2 ที่นั่ง ขณะที่พรรค CPP กวาดชัยชนะแบบแลนด์สไลด์ และพรรคใหม่อย่าง สม รังสี (Sam Rainsy Party) หรือ SRP ผงาดขึ้นมาเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักก่อนจะถูกยุบในเวลาต่อมา และสม รังสี ต้องลี้ภัยไปอยู่ฝรั่งเศส
สม รังสี ยังตั้งพรรคการเมืองใหม่ชื่อ พรรคกู้ชาติกัมพูชา (Cambodia National Rescue Party หรือ CNRP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านที่ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ถูกศาลสูงสั่งยุบพรรคในปี 2560 แต่สม รังสี ไม่เข็ด และได้ร่วมก่อตั้งพรรคแสงเทียน (Candlelight Party) ที่เพิ่งถูกยุบก่อนเลือกตั้งครั้งล่าสุด
หลังจากสม รังสี กลายเป็นศัตรูหลักทางการเมืองของฮุน เซน มาหลายปี ล่าสุดพรรคฟุนซินเปคได้หวนคืนวงการอีกครั้ง และครั้งนี้อยู่ภายใต้การนำของ "ราชนิกูลรุ่นใหม่" ของ "ราชสกุลนโรดม" ซึ่งก็คือ "เจ้านโรดม จักราวุธ" โอรสของเจ้ารณฤทธิ์กับเอ็ง มารี และเป็นพระนัดดาของสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี กษัตริย์กัมพูชาในปัจจุบัน
เจ้าจักราวุธ เกิดที่กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 13 มกราคม ปี 2513 (อายุ 53 ปี) จบการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยในฝรั่งเศส หลังจากจบการศึกษาก็ตัดสินใจเดินตามรอยพระบิดา ได้รับเลือกเป็นประธานพรรคฟุนซินเปค โดยมติที่เป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ปี 2555
เจ้าจักราวุธ ให้ความเห็นเกี่ยวกับการเมืองในกัมพูชาว่า "การมีพรรคเดียวนั้นอันตราย" ซึ่งในการเลือกตั้งล่าสุด ฟุนซินเปคเป็นพรรคขนาดใหญ่ที่สุดเพียงพรรคเดียว ที่ได้ลงชิงชัยกับพรรคของฮุน เซน หลังจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาคอมมูน (communal elections) เมื่อปีที่แล้ว ทำผลงานได้ไม่ดี โดยได้เพียง 1.27% แต่การเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์สามารถคว้าได้ 5 ที่นั่ง ที่แม้จะไม่มากแต่ก็ถือว่าทำให้ฮุน เซน หวั่นไหวได้
พรรคฟุนซินเปคหาเสียงด้วยการชูนโบายขัดหนี้สินและความยากจน โดยโฆษกพรรคได้ถามผู้สนับสนุนที่มาฟังหาเสียงว่า "ใครเป็นหนี้ธนาคารให้ยกมือขึ้น" ปรากฎว่ายกมือกันสลอน เมื่อถามต่อว่าใครมีบัตรคนจนให้ยกมือขึ้น ผู้สนับสนุนก็ยกมือกันอย่างพร้อมเพรียง จากนั้นเขาได้บอกว่า นโยบายของเจ้าจักราวุธคือการแก้ไขการดำรงชีวิตของพวกท่าน ไม่ใช่นำบางสิ่งบางอย่างมาให้หรือช่วยล้างหนี้ให้ แต่จะช่วยลดอัตราดอกเบี้ยให้กับคนที่เป็นหนี้ธนาคาร
เจ้าจักราวุธ ยังแสดงความเห็นกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากประชาคมนานาชาติ เกี่ยวกับความไม่โปร่งใสของการเลือกตั้ง โดยบอกว่า
"ถ้าการเลือกตั้งดำเนินไปอย่างเสรีและยุติธรรม ก็ไม่จำเป็นต้องมีผู้สังเกตการณ์นานาชาติ ผมเสียใจที่ต้องพูดแบบนี้ แต่เราส่งผู้สังเกตการณ์นานาชาติไปยังประเทศต่าง ๆ ที่เราคิดว่าไม่ยุติธรรม การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่มีฝ่ายค้านที่แท้จริง ทำไมต้องโกงด้วย ถ้าไม่มีฝ่ายค้านทำไมต้องเลือกตั้ง อะไรคือวัตถุประสงค์ของการเลือกตั้งที่ไม่มีฝ่ายค้าน?"
เจ้าจักราวุธกล่าวด้วยว่า
"การมีพรรคเดียวนั้นอันตราย เพราะบางครั้งคุณคิดว่าคุณถูก แต่สุดท้ายคุณก็หลงอำนาจ ซึ่งหมายความว่าคุณไม่รู้ความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง เมื่อคุณมีพรรคฝ่ายค้าน พวกเขาจะบอกให้คุณรู้ ช่วยคุณ พวกเขาจะพูดว่าโอเค เรามีปัญหาเหล่านี้ การต่อต้านไม่ใช่สิ่งที่เป็นลบ มันช่วยคุณในการแก้ปัญหาของผู้คน นี่คือสิ่งที่ทำให้สิ่งต่าง ๆ พัฒนาขึ้น"
เจ้าจักราวุธมองว่า พรรคฟุนซินเปคไม่ใช่ฝ่ายค้านแต่เป็นคู่แข่ง และหวังว่าพรรคจะสามารถทำงานร่วมกับฮุน มาเนต ที่คาดว่าจะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลังการเลือกตั้งผ่านไป 1 เดือน...
"พวกเขา (ตระกูลฮุน) บริหารประเทศมานานกว่าผม พวกเขารู้แต่ละปัญหา ผมแค่หวังว่า ฮุน มาเนต จะเปิดกว้างมากขึ้นสำหรับประชาธิปไตยแบบใดแบบหนึ่ง"
"ฮุน มาเนต ร่ำเรียนมาจากตะวันตกก็จริง แต่เขายังคงเป็นลูกชายของฮุน เซน และหวังว่าเขาจะเข้าใจภูมิหลังของประชากร ถ้าเขาต้องการสร้างประเทศให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ถ้าต้องการพัฒนาประเทศ มันจะเป็นประเด็นที่ดีและเราสามารถทำงานร่วมกันได้"