ฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง หลังฤดูฝนที่เริ่มต้นเมื่อปลายเดือนมิถุนายน กำลังเข้าสู่จุดสูงสุดของปี ได้ทำให้น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ภาคกลางและภาคใต้ของเกาหลีใต้ ตั้งแต่วันพฤหัสบดี (13 กรกฎาคม) และยังนำไปสู่โศกนาฎกรรมน้ำพุ่งทะลักเข้าไปในอุโมงค์ลอดใต้ดิน ในเมืองชองจู ที่มีความยาว 685 เมตร ทำให้มีผู้เสียชีวิต 14 คน ส่งผลให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งนี้ พุ่งทะลุ 40 คนแล้ว
เหตุการณ์ในอุโมงค์ เป็นโศกนาฎกรรมที่สะเทือนขวัญอย่างยิ่ง เนื่องจากสภาพรถบางคันถูกความแรงของน้ำดันทะลุกระจกจนแตก บ่งชี้ถึงความทุกข์ทรมานของคนที่ติดอยู่ในรถ ซึ่งขณะเกิดเหตุ มีรถติดในอุโมงค์ 17 คัน รวมทั้งรถบัสโดยสาร 1 คัน ประชาชนพากันตั้งคำถามเกี่ยวกับความสามารถในการป้องกันและรับมือภัยพิบัติ หลายคนชี้นิ้วไปที่ความผิดพลาดของรัฐบาล ที่ไม่สั่งปิดอุโมงค์ เพราะในช่วงไม่กี่ชั่วโมงก่อนเกิดเหตุ สำนักควบคุมอุทกภัย ได้ออกคำเตือนถึงระดับน้ำในแม่น้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างอันตราย และแนะนำให้ทางการสั่งเลี่ยงการจราจรลอดอุโมงค์