คลื่นความร้อนจัดครั้งประวัติศาสตร์ ทำให้อุณหภูมิพุ่งถึงระดับสูงสุดทั่วภาคตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ และรัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อวันอาทิตย์ (16 กรกฎาคม) และสร้างสถิติมากมายที่สูงกว่า 100 องศาฟาเรนไฮต์ (37.7 องศาเซลเซียส) โดยที่เมืองเดธ วัลเลย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย เผชิญอุณหภูมิความร้อน 128 องศาฟาเรนไฮต์ (53 องศาเซลเซียส) ได้สร้างสถิติใหม่รายวัน แต่ยังคงต่ำกว่า 130 ฟาเรนไฮต์ (54.4 องศาเซลเซียส) ซึ่งเท่ากับอุณหภูมิสูงสุดที่สังเกตได้ทั่วโลกในช่วง 90 ปีที่ผ่านมา
สำนักงานพยากรณ์อากาศแห่งชาติ ได้เตือนอันตรายจากสภาพอากาศร้อน อุณหภูมิสูงถึง 112 องศาฟาเรนไฮต์ (44.4 องศาเซลเซียส) โดยไฟป่าแรบบิท ไฟร์ (Rabbit Fire) ได้เผาผลาญพื้นที่ในริเวอร์ไซด์ เคาน์ตี ไป 7,600 เอเคอร์ (19,228 ไร่) และดับได้เพียง 10% ไฟป่าแฟลต ไฟร์ (Flat Fire) ในรัฐโอเรกอนเผาผลาญพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ "โร้ค ซิสกิยู ริเวอร์-ซิสกิยู (Rogue River-Siskiyou) ไป 3,000 เอเคอร์ (7,590 ไร่) และยังจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย