เนชั่นทีวี

ต่างประเทศ

ผู้นำญี่ปุ่นเยือนซาอุฯ ส่งสัญญาณอิทธิพลถดถอยของสหรัฐฯ ?

17 ก.ค. 2566 | piyarom

ผู้นำญี่ปุ่นเยือนซาอุฯ ส่งสัญญาณอิทธิพลถดถอยของสหรัฐฯ ?

มีเรื่องให้สหรัฐฯ ต้องทบทวนอิทธิพลของตัวเองรอบใหม่ เมื่อพันธมิตรสำคัญอย่างญี่ปุ่นได้กระชับความสัมพันธ์กับ 3 ชาติในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะซาอุดิอาระเบียที่ระยะหลังมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีนักกับสหรัฐฯ ทั้งยังฟื้นความสัมพันธ์กับอิหร่าน ศัตรูตัวฉกาจของสหรัฐฯ อีกด้วย

แต่ถ้ามองในมุมของญี่ปุ่น นี่คือการเปิดประตูไปสู่ทางออกของประเทศ ที่ต้องดิ้นรนรับมือกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19 เป็นการแสวงหาความร่วมมือด้านการลงทุนใหม่ ๆ และประเทศที่นายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะ เลือกไปเยือนเป็นเวลา 3 วัน ระหว่างวันที่ 16-18 กรกฎาคม 2566 ได้แก่ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือ UAE และกาตาร์ 

การเยือนตะวันออกกลางของนายคิชิดะ นอกจากเพื่อกระชับความสัมพันธ์กับประเทศในภูมิภาคนี้แล้ว เป้าหมายหลักคือการเป็นหุ้นส่วนในภาคส่วนสำคัญ ๆ เช่น พลังงาน โอกาสทางธุรกิจสำหรับบริษัทญี่ปุ่น และเพื่อส่งเสริมคำสั่งซื้อระหว่างประเทศ ที่เปิดกว้างตามที่ระบุไว้ในการประชุมสุดยอด G7 ที่ฮิโรชิมา 

ผู้นำญี่ปุ่นเยือนซาอุฯ ส่งสัญญาณอิทธิพลถดถอยของสหรัฐฯ ?

ทั้ง 3 ประเทศ ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มั่งคั่งไปด้วยทรัพยากรที่ญี่ปุ่นขาดแคลน ซึ่งก็คือน้ำมันของซาอุดิอาระเบียกับ UAE ก๊าซธรรมชาติของกาตาร์และยังมีแร่หายากอีกด้วย ซึ่งเจ้าชายอับดุลลาซิซ บิน ซัลมาน รัฐมนตรีพลังงานของซาอุฯ ระบุว่าซาอุฯ เป็นผู้ส่งออกน้ำมันใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น หรือ 40% ของจำนวนที่ญี่ปุ่นจำเป็นต้องใช้ 

ซาอุฯ เป็นประเทศแรกที่นายคิชิดะไปเยือน และเจ้าชายอับดุลลาซิซบอกด้วยว่า ซาอุฯ จะร่วมมือกับญี่ปุ่นในเรื่องของพลังงานสะอาด รวมทั้งเรื่องเชื้อเพลิงไฮโดรเจนที่สะอาด  (clean hydrogen) และเชื้อเพลิงคาร์บอนรีไซเคิล (recycled carbon fuels) ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างซาอุฯ กับญี่ปุ่นในด้านพลังงาน ที่มีมายาวนานกว่า 50 ปีนั้น ยังมั่นคง เติบโตและมีความหลากหลาย 

ผู้นำญี่ปุ่นเยือนซาอุฯ ส่งสัญญาณอิทธิพลถดถอยของสหรัฐฯ ?

รัฐมนตรีการลงทุน คาลิด อัล-ฟาลีห์ ของซาอุดิอาระเบีย ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือ 26 ฉบับ กับญี่ปุ่น ในภาคต่าง ๆ และระบุว่าญี่ปุ่นเป็นหุ้นส่วนการค้าที่ใหญ่ที่สุดของซาอุฯ และจะกระชับความสัมพันธ์เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย "Vision 2030" โดยนายคิชิดะบอกว่า ญี่ปุ่นจะสนับสนุนซาอุฯ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้ได้มาซึ่งพลังงานสะอาด และในภาค "semiconductors" เพื่อทำให้ซาอุดิอาระเบียเป็น "ปลายทางในภาคแห่งเหมืองแร่" (destination in the mining sector) ตลอดจนการร่วมลงทุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า ที่ญี่ปุ่นตั้งเป้าลดคาร์บอนให้ได้ภายในปี 2573 

การเยือนของนายคิชิดะ ยังเป็นการเยือนตะวันออกออกกลางแบบรัฐพิธีครั้งแรกของผู้นำญี่ปุ่น นับตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2563 โดยเขาเดินทางไปนครเจดดาห์เมื่อวันอาทิตย์ และจะเดินทางออกจากซาอุดิอาระเบียในวันนี้ (17 กรกฎาคม 2566) เพื่อเดินทางต่อไปยังกรุงอาบู ดาบี ของ UAE

ผู้นำญี่ปุ่นเยือนซาอุฯ ส่งสัญญาณอิทธิพลถดถอยของสหรัฐฯ ?

ข่าวล่าสุด