Justice For Myanmar ระบุว่า บริษัทภารัต อิเล็คทรอนิกส์ (Bharat Electronics) ของรัฐบาลอินเดีย ส่งออกอาวุธให้รัฐบาลทหารเมียนมามูลค่า 5 ล้านดอลลาร์ ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2565 ถึงเดือนเมษายนปีนี้ การขนส่งหลายเที่ยวรวมถึงอุปกรณ์แปลงสัญญาณ (transducers) ชิ้นส่วนโซนาร์สำหรับเรือเดินสมุทร, อุปกรณ์เรดาร์, และวิทยุที่ใช้ในสนามรบ และพบด้วยว่ามีการส่งออกกระสุนปืนใหญ่ 122 มม. จากบริษัทด้านการป้องกันประเทศ "ยานตรา อินเดีย" (Yantra India) เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ที่เชื่อว่าเอาไปใช้กับปืนใหญ่วิถีโค้งฮาวอิตเซอร์ (Howitzer) ที่กองทัพเมียนมาเอาไปใช้ในการโจมตีเป้าหมายที่เป็นพลเรือน
ข้อมูลของ "ปันจิวา" (Panjiva) บริษัทติดตามและรวบรวมข้อมูลการค้าระดับโลก ที่ตั้งอยู่ที่นิวยอร์ก แสดงให้เห็นว่ามีฟิวส์ระเบิดจำนวนมากถูกส่งจากบริษัทสันทีป เมทัลคราฟต์ (Sandeep Metalcraft) ของอินเดีย ไปยัง "คนกลาง" ที่เป็นตัวแทนของกองทัพเมียนมาเมื่อปี 2562, 2563 และ 2565
เมื่อเดือนกันยายน ปี 2565 บริษัท Saab ของสวีเดน ประกาศแผนการจะสร้างโรงงานผลิตปืนไรเฟิล "คาร์ล กุสตาฟ" ( Carl Gustaf) ในอินเดีย และโรงงานจะพร้อมดำเนินการภายในปี 2567 ซึ่ง Justice for Myanmar ได้แสดงความวิตกว่า ปืนไรเฟิลเหล่านี้ก็จะถูกส่งออกไปตกอยู่ในมือกองทัพเมียนมาเช่นกัน และเรียกร้องให้สวีเดนระงับใบอนุญาตทุกประเภท ที่ทำไว้กับบริษัทผลิตอาวุธของอินเดีย