และผู้เชี่ยวชาญ มองว่า ทางการเบลารุสพยายามประโคมข่าวยกเครดิตให้ลูกาเชนโกในแง่การเป็นรัฐบุรุษและผู้ไกล่เกลี่ยที่น่าเชื่อถือ และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด คือ เป็นพันธมิตรที่ภักดีต่อปูติน
แต่บทบาทของลูกาเชนโกครั้งนี้กลับถูกตั้งข้อสังสัย เพราะที่ผ่านมาลูกาเชนโกถูกมองว่าเป็นหุ่นเชิดหรือลูกไล่ของปูติน และเบลารุสต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากรัสเซีย โดยในช่วงที่ลูกาเชนโกเผชิญการประท้วง ปูตินก็จัดสรรเงินกู้แก่เบลารุสมากถึง 1,500 ล้านดอลลาร์ และเมื่อรัสเซียเปิดฉากสงครามในยูเครน เบลารุสก็ยอมให้รัสเซียใช้ดินแดนเป็นฐานปฏิบัติการทางทหาร ทำให้เบลารุสเผชิญการโดดเดี่ยวและมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไปด้วย
ดังนั้นลูกาเชนโกจะได้ประโยชน์อะไรจากการยุติความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลรัสเซียและแวกเนอร์ และเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อว่า พริโกซินจะยอมหนีไปเบลารุส และปูตินจะไม่สามารถเจรจาข้อตกลงด้วยตัวเอง รวมทั้งการเชิดชูว่า ลูกาเชนโกเป็นผู้คลี่คลายวิกฤตได้ จะยิ่งทำลายภาพลักษณ์ของประธานาธิบดีปูติน ผู้นำที่มีความเด็ดเดี่ยว