ไครเมีย (Crimea)
ความเสียหายของเขื่อนเสี่ยงที่จะทำให้ระดับน้ำในคลองนอร์ธ ไครเมีย (North Crimean Canal) ลดลง ซึ่ง 85% ของการใช้น้ำในไครเมียมาจากคลองนี้ ส่วนใหญ่ใช้เพื่อทำการเกษตรกรรม บางส่วนใช้ในอุตสาหกรรม และราว 1 ใน 5 ใช้เพื่อการบริโภคและความจำเป็นอื่น ๆ
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์
โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาปอริซเซีย (Zaporizhzhia Nuclear Power Plant) ต้องอาศัยน้ำจากอ่างเก็บน้ำในการหล่อเย็น และปัจจุบันโรงไฟฟ้าแห่งนี้อยู่ในความยึดครองของรัสเซีย
ราฟาเอล กรอสซี่ ผู้อำนวยการสำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency) หรือ IAEA ให้ความเห็นว่า จากการประเมินในปัจจุบันพบว่ายังไม่พบความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของโรงไฟฟ้าแห่งนี้ แต่ก็บอกว่าจำเป็ต้องทำให้บ่อหล่อเย็นอยู่ในสภาพสมบูรณ์ เนื่องจากมีปริมาณน้ำที่เพียงพอสำหรับการหล่อเย็นเครื่องปฏิกรณ์ที่หยุดทำงาน
เขื่อนแตกใครได้ประโยชน์
ถ้าเป็นการก่อวินาศกรรม ก็จะสะท้อนเหตุการณ์ที่ไม่อาจอธิบายได้ว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการระเบิดของท่อส่งก๊าซ "นอร์ดสตรีม" (Nordstream) และตะวันตกก็กล่าวหารัสเซียทั้ง 2 เหตุการณ์ ซึ่งรัสเซียก็ตอบโต้อย่างมีเหตุผลว่า "ไม่ใช่ฝีมือเรา เราจะทำไปทำไม ในเมื่อเราเป็นฝ่ายที่เจ็บ"
ความน่าเชื่อถือของรัสเซีย
ถ้าคำปฏิเสธของรัสเซียเป็นความจริง ก็มีเหตุผลสนับสนุนอยู่ 2 ประการ
- ประการแรก เมื่อเขื่อนแตก น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่ทำให้ต้องอพยพทหารและพลเรือนไปทางตะวันออก ยิ่งทำให้ห่างไปจากเมืองเคอร์ซอนและริมฝั่งแม่น้ำดนิโปร ที่จะช่วยให้ชาวเมืองได้พักหูจากเสียงปืนใหญ่และขีปนาวุธของรัสเซีย ที่ระดมโจมตีทุกวัน
- ประการที่สอง อาจมีผลกระทบต่อการส่งน้ำไปยังไครเมียที่ถูกยึดครองโดยรัสเซีย และมีสภาพแห้งแล้ง ต้องอาศัยน้ำจืดจากคลองที่อยู่ใกล้กับเขื่อนที่แตก
ไม่ว่าจะเป็นฝีมือของใครก็ตาม มวลน้ำมหาศาลที่ทะลักเข้าท่วมได้ส่งผลให้ทหารรัสเซียต้องถอยร่นจากฐานที่ใช้ในการยิงปืนใหญ่และขีปนาวุธข้ามไปยังฝั่งยูเครน ส่วนรถหุ้มเกราะของยูเครนก็ไม่สามารถฝ่ากระแสน้ำเพื่อรุกคืบเข้าไปได้เช่นกัน