เนชั่นทีวี

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ-อินเดีย บรรลุโรดแมปร่วมมืออุตสาหกรรมทหาร

06 มิ.ย. 2566 | jurairat

สหรัฐฯ-อินเดีย บรรลุโรดแมปร่วมมืออุตสาหกรรมทหาร

สหรัฐฯ ยกระดับความเป็นหุ้นส่วนกับอินเดีย ที่เป็นชาตินำเข้าอาวุธรายใหญ่ที่สุดของโลก และร่วมกำหนดกรอบความร่วมมือด้านอุตสาหกรรทหารช่วง 5 ปีข้างหน้า ขณะที่สองประเทศกำลังพยายามต้านทานอิทธิพลของจีนที่เพิ่มมากขึ้น

ลอยด์ ออสติน รมว. กลาโหมสหรัฐฯ และ ราชนาถ ซิงห์ รัฐมนตรีกลาโหมอินเดีย ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ เยือนกรุงนิวเดลีของอินเดียเมื่อวันจันทร์ (5 มิถุนายน 2566) และพบหารือกับราชนาถ ซิงห์ รัฐมนตรีกลาโหมอินเดีย โดยสามารถสรุปกรอบโรดแมปความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมทหารระยะเวลา 5 ปี ซึ่งโรดแมปฉบับนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะปกติสหรัฐฯ จะควบคุมการแลกเปลี่ยนหรือถ่ายทอดเทคโนโลยีทางการทหารของประเทศแก่ประเทศอื่นอย่างเข้มงวด

การบรรลุขอตกลงยังมีขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี จะเยือนสหรัฐฯ ในวันที่ 22 มิถุนายน 2566 และพบหารือกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน

ลอยด์ ออสติน รมว. กลาโหมสหรัฐฯ และอานิล ชอฮาน ประธานเสนาธิการทหารอินเดีย ออสติน กล่าวว่า ความเป็นหุ้นส่วนของอินเดียและสหรัฐฯ เป็นเสาหลักของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่เปิดกว้างและเสรี และความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นแสดงให้เห็นว่า ความร่วมมือด้านการทหารและนวัตกรรมเทคโนโลยีระหว่างสองมหาอำนาจยักษ์ใหญ่จะเป็นกำลังสำคัญต่อโลก และเขาดีใจที่สองประเทศยกระดับอีกขั้นในการส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนทางทหารให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น และสามารถกำหนดโรดแมปความร่วมมือทางทหาร

ออสติน ยังกล่าวด้วยว่า โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีการรังแกและบีบบังคับจากจีน, การรุกรานของรัสเซียในยูเครน และความท้าทายข้ามชาติ อย่าง การก่อการร้ายและการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และเขาได้หารือกับนายซิงห์เกี่ยวกับแนวทางเพิ่มการแบ่งปันข้อมูล และความริเริ่มใหม่เพื่อพัฒนาความมือทางทะเล ซึ่งรวมถึงใต้ทะเล แต่ยืนยันว่า ไม่มีความพยายามจัดตั้งพันธมิตรทางทหารแบบเดียวกับนาโตในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

สหรัฐฯ-อินเดีย บรรลุโรดแมปร่วมมืออุตสาหกรรมทหาร อินเดียเป็นผู้นำเข้าอาวุธรายใหญ่ที่สุดในโลก พึ่งพาอาวุธจากรัสเซียเกือบครึ่งหนึ่งของคลังสรรพาวุธทั้หมด แต่ระยะหลังเพิ่มการนำเข้าจากสหรัฐฯ ฝรั่งเศส อิสราเอล และชาติอื่น ๆ มากขึ้น และอินเดียหวังให้ผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ของโลกร่วมลงทุนกับบริษัทอินเดียเพื่อผลิตอาวุธและยุทโธปกรณ์ในอินเดีย เพื่อป้อนตลาดในอินเดียและส่งออกไปต่างประเทศด้วย

นอกจากนี้รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมลงนามข้อตกลงที่จะอนุญาตให้บริษัทเจเนอรัล อิเล็กทริก ผลิตเครื่องยนต์ของเครื่องบินไอพ่นในอินเดียเพื่อเพิ่มศักยภาพของเครื่องบินในกองทัพอินเดีย

นักวิเคราะห์ คาดว่า อินเดียกำลังเตรียมจัดซื้อโดรนติดอาวุธที่บินได้ไกลและสูงรวม 18 ลำจากบริษัทเจเนอรัล อตอมมิก แอโรนอติคัล ซิสเต็มส์ มูลค่าราว 1,500-2,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจนำใช้งานตามแนวชายแดนที่ติดกับจีนและปากีสถาน และในภูมิภาครอบมหาสมุทรอินเดีย

มูลค่าการค้าทางทหารระหว่างสหรัฐฯ และอินเดียเพิ่มขึ้นอย่างมากจากเกือบศูนย์ในปี 2551 เป็นกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2563 โดยส่วนใหญ่อินเดียซื้อเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเลระยะไกล เครื่องบินลำเลียง C-130 ขีปนาวุธ และโดรน

ข่าวล่าสุด