เนชั่นทีวี

ต่างประเทศ

คนเมียนมาไม่ขอกลับบ้านเกิดในชนบทช่วงสงกรานต์นี้

13 เม.ย. 2566 | krailuk_n

คนเมียนมาไม่ขอกลับบ้านเกิดในชนบทช่วงสงกรานต์นี้

ตามปกติ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีคนเมียนมาหลายล้านแห่เดินทางกลับบ้านเกิด แต่เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งที่แพร่ลามไปทั่ว และหลายหมู่บ้านได้รับความเสียหายเพราะถูกรัฐบาลทหารโจมตี ส่งผลให้คนเมียนมาตัดสินใจไม่ขอกลับบ้านในปีนี้

ในช่วงกลางเดือนเมษายนของทุกปี  รถไฟและรถบัสในเมียนมาจะแออัดคับคั่งไปด้วยผู้คนในตัวเมือง ที่แห่เดินทางกลับบ้านเกิด เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์กับครอบครัว  แต่ในช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา หลังทหารเข้ายึดอำนาจ  คนเมียนมาจำนวนมาก ไม่มีบ้านในต่างจังหวัดให้กลับ เพราะบ้านของพวกเขาถูกระเบิดโจมตี ถูกเผาไหม้ หรือถูกทหารยึดไปแล้ว 

สหประชาชาติ คาดการณ์ว่า มีคนเมียนมา 1 ล้าน 3 แสนคน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย และบ้านเรือนหลายหมื่นหลังถูกทำลาย จากการที่กลุ่มต่อต้านลุกฮือขึ้นต่อสู้กับรัฐบาลทหาร

แต่ก็มีหนุ่มสาวบางคน ที่เดินทางกลับบ้านเกิด แต่ไม่ใช่เพราะต้องการกลับไปฉลองสงกรานต์ แต่เป็นการเดินทางออกจากเมืองใหญ่ ไปในพื้นที่ชนบท เพื่อหยิบจับอาวุธร่วมกับกลุ่มต่อต้าน  คนเมียนมาไม่ขอกลับบ้านเกิดในชนบทช่วงสงกรานต์นี้

คนหนุ่มสาวในเมียนมามองว่า ชีวิตของพวกเขาจบสิ้น หลังจากทหารเข้ายึดอำนาจ  อย่าง สาวเมียนมาวัย 35 ปี ผู้ใช้นามแฝงว่า ตูซาร์ วิน  ที่เล่าให้ฟังว่า เธอเข้าร่วมกับกลุ่มต่อต้าน แต่ถูกกองทัพโต้กลับด้วยการเข้ายึดบ้านในชนบท  พ่อแม่ที่อยู่ในชนบทถึงกับต้องซ่อนตัว ไม่ให้ถูกจับ

ตูซาร์ วิน เคยมีความฝันอยากเรียนต่อเอ็มบีเอ เพื่อออกมาทำธุรกิจ ถ้ามีเงินแล้วก็อยากบริจาคเงินช่วยเหลือคนแก่และคนยากจน  แต่ตอนนี้ ทำได้เพียงแค่ร่วมขบวนประท้วงอย่างสันติกลางท้องถนน และสนับสนุนให้คนงานและนักศึกษาออกมาประท้วง  ชีวิตเสี่ยงต่อการถูกจับกุมอยู่หลายครั้ง    บางครั้งถึงกับหนีไปซ่อนตัวที่บ้านคุณป้าคนหนึ่ง   เมื่อเจ้าหน้าที่มาตรวจค้น คุณป้าก็ไม่ยอม  จึงถูกยิงเสียชีวิต ส่วนตัวเธอรีบหนีออกทางประตูหลังบ้าน ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของลูกสาวป้า ซึ่งก็ยังจำติดหูไม่รู้ลืม

ท้ายสุด คุณแม่ร้องขอให้ ตูซาร์ วิน ออกบวชเป็นชีเสีย เพื่อความปลอดภัย ซึ่งเธอก็ทำให้คุณแม่เมื่อกลางปี 2021 แต่ก็ยังคงให้ความช่วยเหลือพลเรือนที่ไร้บ้านจากการสู้รบ หรือแม้กระทั่งเดินทางไปยังหมู่บ้านที่ถูกกองทัพเผาจนเกือบพังราบทั้งหมด   ภาพเบื้องหน้าทำให้เธอเห็นแล้วว่า  การคว่ำบาตรอย่างสันติ หรือ หลักทางพระพุทธศาสนา ไม่อาจช่วยยุติความโหดเหี้ยมของกองทัพได้เลย  เหลือทางเดียวที่จะหยุดได้ คือ ต้องหยิบจับอาวุธขึ้นสู้   คนเมียนมาไม่ขอกลับบ้านเกิดในชนบทช่วงสงกรานต์นี้ คนเมียนมาไม่ขอกลับบ้านเกิดในชนบทช่วงสงกรานต์นี้

เธอบวชชีได้แค่สองเดือน จากนั้น ก็ลาสิกขาบท ออกมาหยิบจับอาวุธร่วมต่อสู้กับรัฐบาลในเมืองมัณฑะเลย์  หน้าที่หลักคือ รวบรวมข้อมูลจากฝั่งกองทัพ รวมถึงเผยแพร่ข่าวสารผ่านสื่อสาธารณะในหน้าเฟสบุ๊ก  เมื่อถูกรัฐบาลเข้าปราบปราม เธอกับพรรคพวกก็หนีไปอยู่ที่เขตซะไกง์ 

มีคนหนุ่มสาวบางส่วน มีหน้าที่การงานที่ดี  แต่ก็ลาออกจากงานมาร่วมประท้วง  เช่น ดร.มิน เทียน ซึ่งใช้นามแฝงเช่นกัน  ศัลยแพทย์ที่ลาออกจากโรงพยาบาลรัฐ  มาร่วมผละงานประท้วงกับบรรดาข้าราชการอื่นๆ  ใช้ชื่อกลุ่มว่า กลุ่มเคลื่อนไหวอารยะขัดขืนภาคพลเรือน  หน้าที่ของเขาในตอนนี้ คือ เป็นอาสามัครทีมแพทย์เคลื่อนที่  คอยดูแล 3 หมื่นคน ที่ไร้บ้านเพราะความขัดแย้งที่เกิดขึ้น  คุณหมอยอมรับว่า รู้สึกเจ็บปวดเมื่อคิดถึงบางคนที่ยังสนุกสนานกันอยู่ได้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้  ซึ่งก็หมายถึงคนบางกลุ่มที่บินออกนอกประเทศ ไปฉลองสงกรานต์ที่ไทย 

ข่าวล่าสุด