เนชั่นทีวี

ต่างประเทศ

การเพิ่มงบกลาโหมของกองทัพเมียนมา จะยิ่งทำให้พลเมืองล้มตาย

13 เม.ย. 2566 | piyarom

การเพิ่มงบกลาโหมของกองทัพเมียนมา จะยิ่งทำให้พลเมืองล้มตาย

นักสังเกตการณ์ชี้ว่า การเพิ่มงบประมาณด้านการทหารของรัฐบาลทหารเมียนมาขึ้นอีกเกือบ 1,000 ล้านดอลลาร์ จะยิ่งทำให้พลเรือนล้มตายมากยิ่งขึ้น เพราะภายใต้วัตถุประสงค์คือความพยายามรวบอำนาจในการควบคุมพื้นที่ทั่วประเทศแบบเบ็ดเสร็จ 100%

นักสังเกตการณ์หลายคน พากันเรียกร้องให้ประชาคมนานาชาติเร่งดำเนินการ "ตัดการเข้าถึงรายได้" ของรัฐบาลทหารเมียนมา เพราะการเพิ่มงบประมาณด้านการทหาร จะยิ่งนำไปสู่สงครามกลางเมืองที่โหดร้ายหนักขึ้น และทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตพลเรือนมากยิ่งขึ้น โดยการเพิ่มงบประมาณครั้งนี้มีขึ้นหลังจาก พลเอกอาวุโสมิน อ่องหล่าย ผู้นำรัฐบาลทหาร ทราบดีว่ากองทัพหรือ "ทัดมาดอว์" สามารถควบคุมพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียง 2 ใน 3 ของประเทศ แม้จะส่งทหารกระจายไปทั่วประเทศ โดยใช้ความรุนแรงในทุกพื้นที่ที่เหยียบเข้าไป ทั้งการวางเพลิง, การใช้ความรุนแรงทางเพศ, การทรมานและการเข่นฆ่าพลเมือง ตลอดระยะเวลา 26 เดือน นับตั้งแต่กองทัพยึดอำนาจจากรัฐบาลพลเรือนของ นางอองซาน ซูจี โดยการรัฐประหาร 

พลเอกอาวุโสมิน อ่องหล่าย ได้กล่าวปราศรัยในวันกองทัพว่า เขาจะถอนรากถอนโคนฝ่ายต่อต้านในประเทศ ขณะที่งบประมาณด้านการทหารที่เขาเพิ่งอนุมัติไปเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2566 เป็นงบของปีงบประมาณ 2023-2024 ที่ตั้งไว้ 2,700 ล้านดอลลาร์ (5.6 ล้านล้านจ๊าต) หรือราว 92,000 ล้านบาท เพิ่มจากงบของปีงบประมาณที่แล้วถึง 920 ล้านดอลลาร์ หรือราว 31,000 ล้านบาท (งบประมาณที่แล้วอยู่ที่ 1,800 ล้านดอลลาร์ หรือราว 61,400 บาท) 

การเพิ่มงบกลาโหมของกองทัพเมียนมา จะยิ่งทำให้พลเมืองล้มตาย

เส่ง ตุน อู ผู้อำนวยการบริหารของ "สถาบันยุทธศาสตร์ศึกษาเถ่นินยา" (Thayninga Institute for Strategic Studies) ที่ก่อตั้งโดยอดีตนายทหารในกองทัพเมียนมา อ้างว่า การเพิ่มงบประมาณไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อนำไปใช้ในสงคราม ความขัดแย้งด้วยอาวุธภายใน แต่เพื่อเป็นการ "ยกระดับ" กองทัพให้มี "มาตรฐานที่ทันสมัย" มากขึ้น เขาบอกว่าไม่น่าแปลกใจที่งบประมาณด้านการทหารจะต้องเพิ่มขึ้น เพื่อให้ทันกับเทคโนโลยีป้องกันประเทศที่ก้าวหน้า และการปรับปรุงกองทัพจะต้องใช้งบประมาณถึง 2 ใน 3 ของงบประมาณทั้งหมด แต่ อ่อง เมียว มิน รัฐมนตรีสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลเงา "เอกภาพแห่งชาติ" (National Unity Government) ให้ความเห็นว่า ขนาดของงบประมาณด้านการทหารเป็นสัดส่วนโดยตรงกับจำนวนพลเรือนที่เสียชีวิตในประเทศ 

เขาบอกว่า ยิ่งกองทัพซื้ออาวุธมากขึ้นมากขึ้นเท่าใด ผู้คนก็ยิ่งเดือดร้อนหนักขึ้นเท่านั้น เพราะตลอดช่วงเวลาที่กองทัพขยายขึ้นก็มีการสังหารพลเรือนที่บริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น มีการใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศโดยเครื่องบินขับไล่ที่ใช้เชื้อเพลิงนำเข้าจากต่างประเทศ และยิ่งโหมเผาที่อยู่อาศัยของพลเรือนมากขึ้น การเพิ่มงบประมาณเพื่อขยายกองทัพภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน ก็เพื่อเสริมกำลังให้รัฐบาลทหารมีอาวุธมากขึ้นเพื่อใช้สังหารผู้บริสุทธิ์ ที่จะทำให้พลเรือนเสียชีวิตมากขึ้นอย่างแน่นอน และประชาคมนานาชาติจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน และมีประสิทธิภาพกับรัฐบาลทหาร เพื่อให้รับผิดชอบต่อความโหดร้ายของตัวเอง และสกัดกั้นแหล่งรายได้ไม่ให้เอามาเพิ่มงบประมาณทางทหารได้

การเพิ่มงบกลาโหมของกองทัพเมียนมา จะยิ่งทำให้พลเมืองล้มตาย

ด้านสมาคมช่วยเหลือนักการโทษการเมือง (เมียนมา) (Thailand’s Assistance Association for Political Prisoners "Burma") ที่มีฐานอยู่ในประเทศไทย ระบุว่าทางการเมียนมาได้สังหารพลเรือนไปอย่างน้อย 3,240 คน นับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ส่วนใหญ่ในช่วงที่ทหารไล่ล่าเข่นฆ่าพลเรือน ที่ลุกขึ้นมาจับอาวุธต่อสู้กับรัฐบาลทหารและกองทัพกลุ่มชาติพันธุ์ 

หลังครองอำนาจมานานกว่า 2 ปี พลเอกอาวุโสมิน อ่องหล่าย ก็รู้ดีว่ากองทัพควบคุมได้เพียง 198 เมือง จากทั้งหมด 330 เมืองทั่วประเทศ และหลังจากเขาปราศรัยในวันกองทัพ กองทัพก็ใช้ปฏิบัติการกวาดล้างหนักข้อขึ้นโดยเฉพาะที่ซะไกง์, มะเกว, พะโค และตะนาวศรี ตลอดจนในรัฐฉิ่น, รัฐคะฉิ่น, รัฐกะเหรี่ยง, รัฐมอญ และรัฐฉาน ซึ่งนักวิเคราะห์การเมืองหลายคนชี้ว่า การเพิ่มงบทางทหารเป็นส่วนหนึ่งของความพยายาม "ปิดจ็อบ" ปฏิบัติการเหล่านี้ เพราะกองทัพจำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณเพื่อให้เพียงพอต่อโควตา และเพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้ามให้หนักข้อและรุนแรงยิ่งขึ้น 

รัฐบาลทหารเพิ่มงบประมาณทหารทุกปี นับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2020-2021 แม้แต่ในสมัยของรัฐบาลพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ก็ยังตั้งงบประมาณให้ 3.4 ล้านล้านจ๊าต (1,600 ล้านดอลลาร์) หรือราว 54,500 ล้านบาท

การเพิ่มงบกลาโหมของกองทัพเมียนมา จะยิ่งทำให้พลเมืองล้มตาย

ข่าวล่าสุด