ด้านสมาคมช่วยเหลือนักการโทษการเมือง (เมียนมา) (Thailand’s Assistance Association for Political Prisoners "Burma") ที่มีฐานอยู่ในประเทศไทย ระบุว่าทางการเมียนมาได้สังหารพลเรือนไปอย่างน้อย 3,240 คน นับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 ส่วนใหญ่ในช่วงที่ทหารไล่ล่าเข่นฆ่าพลเรือน ที่ลุกขึ้นมาจับอาวุธต่อสู้กับรัฐบาลทหารและกองทัพกลุ่มชาติพันธุ์
หลังครองอำนาจมานานกว่า 2 ปี พลเอกอาวุโสมิน อ่องหล่าย ก็รู้ดีว่ากองทัพควบคุมได้เพียง 198 เมือง จากทั้งหมด 330 เมืองทั่วประเทศ และหลังจากเขาปราศรัยในวันกองทัพ กองทัพก็ใช้ปฏิบัติการกวาดล้างหนักข้อขึ้นโดยเฉพาะที่ซะไกง์, มะเกว, พะโค และตะนาวศรี ตลอดจนในรัฐฉิ่น, รัฐคะฉิ่น, รัฐกะเหรี่ยง, รัฐมอญ และรัฐฉาน ซึ่งนักวิเคราะห์การเมืองหลายคนชี้ว่า การเพิ่มงบทางทหารเป็นส่วนหนึ่งของความพยายาม "ปิดจ็อบ" ปฏิบัติการเหล่านี้ เพราะกองทัพจำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณเพื่อให้เพียงพอต่อโควตา และเพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้ามให้หนักข้อและรุนแรงยิ่งขึ้น
รัฐบาลทหารเพิ่มงบประมาณทหารทุกปี นับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2020-2021 แม้แต่ในสมัยของรัฐบาลพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ก็ยังตั้งงบประมาณให้ 3.4 ล้านล้านจ๊าต (1,600 ล้านดอลลาร์) หรือราว 54,500 ล้านบาท