เนชั่นทีวี

Feature & Lifestyle

เตือนหน้าฝนความชื้นสูงเชื้อโรคพุ่ง ระวัง ‘โรคตาแดง’ ระบาด-แนะวิธีเซฟดวงตา

10 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

เตือนหน้าฝนความชื้นสูงเชื้อโรคพุ่ง ระวัง ‘โรคตาแดง’ ระบาด-แนะวิธีเซฟดวงตา

เตือนเฝ้าระวัง "โรคตาแดง" หรือเยื่อบุตาอักเสบ ระบาดหนักในช่วงฤดูฝน ชี้สภาพอากาศอับชื้นทำเชื้อโรคโตไว น้ำสกปรกกระเด็นเข้าตาเสี่ยงติดเชื้อเฉียบพลัน แนะแนวทางป้องกันและดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี

เมื่อเข้าสู่ฤดูฝน หลายคนมักให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคระบบทางเดินหายใจ ไข้หวัด หรือโรคที่มากับน้ำท่วมขัง แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ “สุขภาพดวงตา” เพราะสภาพอากาศที่ชื้น อับ และเปลี่ยนแปลงบ่อยในช่วงนี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตและแพร่กระจายของเชื้อโรคหลายชนิด ส่งผลให้โรคทางตา โดยเฉพาะ “โรคตาแดง” หรือเยื่อบุตาอักเสบ พบได้บ่อยและสามารถแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็วทั้งในเด็กและผู้ใหญ่

กรมการแพทย์ โดยโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ์ (วัดไร่ขิง) จึงแนะนำให้ประชาชนดูแลสุขภาพร่างกายอย่างเหมาะสมในช่วงฤดูฝน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ทำไมโรคตาแดงจึงระบาดบ่อยในช่วงหน้าฝน

แพทย์อธิบายว่า สภาพอากาศที่เย็นลงและมีความชื้นสูงในฤดูฝน เป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรคหลายชนิด โดยเฉพาะเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคตาแดง

นอกจากนี้ เมื่อฝนตก น้ำฝนจะชะล้างฝุ่นละออง สิ่งสกปรก และเชื้อโรคที่สะสมอยู่ตามหลังคา อาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ลงมา รวมถึงอาจปะปนอยู่ในน้ำขังหรือน้ำท่วมขัง หากน้ำสกปรกเหล่านี้กระเด็นเข้าสู่ดวงตา หรือผู้ที่สัมผัสสิ่งสกปรกแล้วนำมือมาขยี้ตา ก็อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้อย่างรวดเร็ว

หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาการอาจลุกลามจนเกิดการอักเสบอย่างรุนแรง มีอาการเคืองตาอย่างมาก ตาพร่ามัว หรือส่งผลกระทบต่อการมองเห็นได้ จึงไม่ควรละเลยเมื่อมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น

รู้จักโรคตาแดงและสังเกตอาการเบื้องต้น

โรคตาแดง หรือเยื่อบุตาอักเสบ สามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการติดเชื้อไวรัส การติดเชื้อแบคทีเรีย หรือการแพ้สารต่าง ๆ โดยหลังได้รับเชื้อหรือสิ่งกระตุ้น อาการมักปรากฏภายใน 1-3 วัน และสามารถแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้เป็นเวลาประมาณ 14 วัน

อาการทั่วไปที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ตาขาวมีสีแดงหรือแดงเรื่อ
  • ระคายเคืองตา แสบตา
  • น้ำตาไหลมากกว่าปกติ
  • มีขี้ตาเพิ่มขึ้น
  • รู้สึกไม่สบายตาเมื่อมองแสง

อย่างไรก็ตาม ลักษณะอาการอาจแตกต่างกันตามสาเหตุของโรค

หากเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ผู้ป่วยมักมีอาการหนังตาบวม น้ำตาไหลมาก ตาไวต่อแสง ร่วมกับอาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก และอาจพบต่อมน้ำเหลืองบริเวณหน้าหูหรือกกหูบวมได้

กรณีที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย มักมีขี้ตาสีเหลืองหรือสีเขียว ตาแฉะ น้ำตาไหล และอาจมีอาการตามัวหรือมองเห็นไม่ชัด

ส่วนโรคตาแดงจากภูมิแพ้ มักมีอาการคันตาเด่นชัด ร่วมกับอาการแสบตาและน้ำตาไหล แต่โดยทั่วไปจะไม่ใช่โรคติดต่อเหมือนการติดเชื้อจากไวรัสหรือแบคทีเรีย

วิธีป้องกันโรคตาแดงในช่วงฤดูฝน

แม้โรคตาแดงจะพบได้บ่อยในช่วงหน้าฝน แต่สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการดูแลสุขอนามัยอย่างเหมาะสม โดยแพทย์แนะนำให้ปฏิบัติดังนี้

  • ล้างมือด้วยน้ำและสบู่อย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงการขยี้ตาหรือสัมผัสดวงตาบ่อย ๆ
  • ระวังไม่ให้น้ำสกปรก ฝุ่นละออง หรือสิ่งแปลกปลอมเข้าตา
  • หลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว หรือเครื่องสำอางรอบดวงตา
  • หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้ป่วยโรคตาแดง
  • งดว่ายน้ำในช่วงที่มีการระบาดของโรค
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่แออัดที่มีคนหนาแน่น โดยเฉพาะหากมีการระบาดของโรค
  • สวมแว่นตาหรือแว่นกันแดดเมื่อต้องเผชิญลม ฝุ่น หรือฝน

การใส่ใจเรื่องความสะอาดของมือและดวงตาถือเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันโรค เนื่องจากเชื้อโรคจำนวนมากสามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสได้โดยตรง

 

เมื่อมีอาการตาแดงควรทำอย่างไร

หากเริ่มมีอาการตาแดง ควรหลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้อื่น และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อลดโอกาสแพร่กระจายเชื้อสู่คนรอบข้าง โดยเฉพาะในสถานศึกษา สถานที่ทำงาน หรือระบบขนส่งสาธารณะ

ในเบื้องต้นสามารถใช้น้ำตาเทียมเพื่อช่วยลดอาการระคายเคืองได้ แต่ไม่ควรซื้อยาหยอดตามาใช้เองโดยไม่ทราบสาเหตุของโรค เนื่องจากโรคตาแดงแต่ละชนิดมีแนวทางการรักษาแตกต่างกัน

ที่สำคัญ หากมีอาการตาแดงรุนแรง ปวดตา ตามัว มองเห็นไม่ชัด มีขี้ตาจำนวนมาก หรืออาการไม่ดีขึ้น ควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง เพราะการดูแลรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยลดความรุนแรงของโรค ลดการแพร่กระจายเชื้อ และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจส่งผลกระทบต่อการมองเห็นในระยะยาวได้

ดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญที่เราใช้งานทุกวัน การใส่ใจดูแลสุขภาพตาในช่วงฤดูฝนจึงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะเพียงแค่รักษาความสะอาด หลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งสกปรก และสังเกตอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด ก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงจากโรคตาแดงและโรคติดเชื้อทางตาอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ