เนชั่นทีวี

Feature & Lifestyle

"หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน" ภัยเงียบที่อาจเกิดขึ้นระหว่างหลับ แม้คนสุขภาพดีก็เสี่ยงได้

18 พ.ค. 2569

"หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน" ภัยเงียบที่อาจเกิดขึ้นระหว่างหลับ แม้คนสุขภาพดีก็เสี่ยงได้

แพทย์เตือนภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันขณะหลับ ชี้คนอายุน้อย-ร่างกายแข็งแรงก็เสี่ยง แนะสังเกตอาการนอนกรนอุดกั้นและประวัติไหลตายในครอบครัว

“หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน” อาจฟังดูเป็นภาวะที่เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้สูงอายุหรือผู้ป่วยโรคหัวใจ แต่ในความเป็นจริง ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นวัยหนุ่มสาว ผู้ที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หรือแม้แต่คนที่ดูแข็งแรงและไม่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะกรณีที่เกิดขึ้นขณะนอนหลับ ซึ่งหลายครั้งไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตอย่างกะทันหัน

สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ เตือนให้ประชาชนตระหนักถึงความเสี่ยงของภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวเสียชีวิตฉับพลัน หรือมีปัญหานอนกรนร่วมกับหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงจนเสียชีวิตได้

 

ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน เกิดขึ้นได้อย่างไร

นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ อธิบายว่า ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันสามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย และมักเกิดขึ้นแบบกะทันหันโดยไม่มีอาการเตือน แม้ในคนที่สุขภาพแข็งแรงหรือออกกำลังกายเป็นประจำก็อาจเผชิญภาวะนี้ได้

สาเหตุสำคัญมาจาก “ความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจ” ซึ่งควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ เมื่อระบบดังกล่าวทำงานผิดปกติ อาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง จนไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญได้ ส่งผลให้หัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

ในหลายกรณี ภาวะนี้มักเกิดขึ้นขณะนอนหลับ โดยอาจเกี่ยวข้องร่วมกับความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจระหว่างการนอน เช่น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้นทางเดินหายใจ

“ไหลตาย” และโรคพันธุกรรมไฟฟ้าหัวใจ ภัยที่ไม่ควรมองข้าม

นายแพทย์วิพัชร พันธวิมล อายุรแพทย์โรคหัวใจ อนุสาขาสรีระไฟฟ้าหัวใจ แพทย์ประจำ Premium Clinic สถาบันโรคทรวงอก ระบุว่า การเสียชีวิตเฉียบพลันในคนอายุน้อยขณะนอนหลับ ส่วนหนึ่งเกิดจากภาวะหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรงแบบฉับพลัน ทำให้หัวใจไม่สามารถส่งเลือดไปเลี้ยงสมองและอวัยวะสำคัญได้เพียงพอ จนนำไปสู่การเสียชีวิต

หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือ “โรคพันธุกรรมไฟฟ้าหัวใจ” ซึ่งเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ส่งผลต่อการทำงานของระบบไฟฟ้าหัวใจ โดยโรคที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • Brugada Syndrome หรือกลุ่มอาการบรูกาดา หนึ่งในสาเหตุสำคัญของภาวะ “ไหลตาย”
  • Long QT Syndrome ชนิดที่ 3 (LQT3)
  • Catecholaminergic Polymorphic Ventricular Tachycardia (CPVT)

โรคเหล่านี้สามารถทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงได้ แม้บางชนิดมักสัมพันธ์กับการออกกำลังกายหรือความเครียด แต่ก็มีรายงานการเสียชีวิตระหว่างนอนหลับเช่นกัน ซึ่งเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการทำงานผิดปกติของระบบประสาทอัตโนมัติและระดับสาร Catecholamine ที่สูงผิดปกติขณะหลับ

 

นอนกรนเสียงดัง อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยง คือ “โรคนอนกรนชนิดอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับ” หรือ Obstructive Sleep Apnea (OSA) โดยเฉพาะในรายที่มีอาการรุนแรง

ภาวะนี้ทำให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดต่ำลงระหว่างนอนหลับ เมื่อเกิดร่วมกับความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือภาวะอ่อนล้าสะสม อาจกระตุ้นให้หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงและเพิ่มโอกาสเสียชีวิตเฉียบพลันได้

หลายคนอาจคิดว่านอนกรนเป็นเพียงปัญหาการนอนทั่วไป แต่ในความเป็นจริง อาการดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบหัวใจและหลอดเลือดโดยตรง

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรละเลย

แพทย์แนะนำให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง สังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้องกับภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน ดังนี้

ประวัติครอบครัว

  • มีญาติสายตรงเสียชีวิตกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ ตั้งแต่อายุยังน้อย
  • มีคนในครอบครัวเคยได้รับการวินิจฉัยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะทางพันธุกรรม

อาการขณะนอนหลับ

  • นอนกรนเสียงดังเป็นประจำ
  • สะดุ้งตื่นกลางดึกบ่อย
  • มีคนสังเกตว่าหยุดหายใจขณะหลับ

อาการระหว่างวัน

  • ง่วงนอนมากผิดปกติ
  • อ่อนเพลียแม้นอนเพียงพอ
  • หาวบ่อย ไม่มีสมาธิ หรือรู้สึกไม่สดชื่นหลังตื่นนอน

 

หากสงสัยว่ามีความเสี่ยง ควรตรวจอะไรบ้าง

ผู้ที่มีอาการเข้าข่ายหรือมีปัจจัยเสี่ยง ไม่ควรปล่อยไว้โดยไม่ตรวจวินิจฉัย เพราะหลายกรณีสามารถป้องกันหรือรักษาได้หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก

แนวทางการตรวจที่แพทย์อาจพิจารณา ได้แก่

  • การซักประวัติสุขภาพและประวัติครอบครัวอย่างละเอียด
  • ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG 12 Lead)
  • ทดสอบสมรรถภาพหัวใจด้วยการวิ่งสายพาน
  • ตรวจการนอนหลับ หรือ Sleep Test ในผู้ที่มีอาการนอนกรนหรือสงสัยภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

 

ปรับพฤติกรรม ลดความเสี่ยงหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน

แม้บางโรคจะเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม แต่การดูแลสุขภาพและปรับพฤติกรรมสามารถช่วยลดความเสี่ยงได้ โดยแพทย์แนะนำให้

  • หลีกเลี่ยงการอดนอน
  • ลดความเครียด
  • งดดื่มแอลกอฮอล์หนัก
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ควบคุมน้ำหนัก
  • รีบพบแพทย์หากมีอาการผิดปกติหรือมีคนในครอบครัวเสียชีวิตกะทันหัน

ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันอาจเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน แต่การใส่ใจอาการเล็ก ๆ อย่างการนอนกรนผิดปกติ อ่อนเพลียเรื้อรัง หรือประวัติครอบครัว อาจช่วยให้ตรวจพบความเสี่ยงได้เร็วขึ้น และเพิ่มโอกาสป้องกันการสูญเสียที่ไม่คาดคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ