"อนุทิน" ย้ำไม่ใช้เงินหลวงซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 เปิดทางเอกชนลงขัน
18 พ.ค. 2569

"อนุทิน" ย้ำไม่ใช้เงินแผ่นดินซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 หลังค่าลิขสิทธิ์พุ่งสูง 1.3 พันล้านบาท ชี้เวลาแข่งไม่คุ้มทุนโฆษณา เปิดทางเอกชนลงขันเอง
ข่าว
18 พ.ค. 2569

"อนุทิน" ย้ำไม่ใช้เงินแผ่นดินซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 หลังค่าลิขสิทธิ์พุ่งสูง 1.3 พันล้านบาท ชี้เวลาแข่งไม่คุ้มทุนโฆษณา เปิดทางเอกชนลงขันเอง
18 พฤษภาคม 2569 เกาะติดกระแสร้อน ลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 หลังรัฐบาลส่งสัญญาณถอย เหตุราคาพุ่งสูงกว่า 1,300 ล้านบาท ชี้เวลาแข่งสหรัฐฯ-เม็กซิโกไม่เอื้อคนดู ด้าน อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ย้ำชัดใช้หลัก Best Efforts ประสานงานเต็มที่ แต่จะไม่ใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน หวั่นไม่คุ้มค่ากับการลงทุนเชิงพาณิชย์ จับตาการประชุม ครม. พรุ่งนี้ เตรียมถกหาข้อสรุปแนวทางดึงภาคเอกชนร่วมลงขันเพื่อสิทธิ์ในการ ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก ให้คนไทยได้ชม
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าวรัฐบาลเตรียมถอย เรื่องการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2026 ระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน - 19 กรกฎาคม ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เป็นเจ้าภาพ ว่า รัฐบาลประสานงานอย่างสุดความสามารถ และได้พยายามหาหนทางช่องทางทุกอย่าง
เมื่อถามถึงการนำงบประมาณ ที่จะไปซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก มาดูแลฟุตบอลไทยแทน ตรงนี้นายกรัฐมนตรีมองอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า
ไม่ได้ใช้เงินของแผ่นดิน หรือเงินงบประมาณ แต่รัฐบาลประสานงานให้ผู้ที่แสดงเจตจำนง ที่จะทำให้มันเกิดขึ้น ช่วยอำนวยความสะดวกทุกอย่าง
เมื่อถามว่า คนไทยยังมีโอกาสได้รับชมฟุตบอลโลกใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “Best Efforts”
แหล่งข่าวจาก กสทช. เปิดเผยถึงความคืบหน้า การพิจารณาซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการว่า จะดำเนินการจัดซื้อลิขสิทธิ์หรือไม่ เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังต้องประเมินความคุ้มค่ารอบด้าน ทั้งราคาลิขสิทธิ์ เงื่อนไขการถ่ายทอดสด ช่วงเวลาแข่งขัน โอกาสในการหารายได้จากโฆษณา และความเหมาะสมของการใช้งบประมาณ เพื่อประโยชน์สาธารณะ
แหล่งข่าวระบุว่า แนวทางการเจรจาของฝ่ายไทย ยังยึดกรอบวงเงินใกล้เคียงกับที่สำนักงาน กสทช. เคยสนับสนุนการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกครั้งก่อนคือ อยู่ที่ 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 600 ล้านบาท ดังนั้น เมื่อฝ่ายไทยเสนอกรอบราคาที่ไม่เกินระดับดังกล่าว การเจรจากลับเผชิญข้อจำกัด เนื่องจากราคาที่ผู้ถือลิขสิทธิ์คาดหวัง ยังอยู่ในระดับสูงกว่ากรอบที่ไทยสามารถรับได้ โดยตัวแทน (เอเยนต์) ระบุว่า จะขายในระดับไม่ต่ำกว่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 1,300 ล้านบาท
ทั้งนี้ แหล่งข่าวย้ำว่า ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่การไม่ให้ความสำคัญกับการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก แต่ต้องพิจารณาว่า งบประมาณที่ใช้จะคุ้มค่ากับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นหรือไม่ เพราะฟุตบอลโลก 2026 มีระยะเวลาแข่งขันเพียงประมาณ 1 เดือน แต่ค่าลิขสิทธิ์อยู่ในระดับสูงมาก ขณะที่รัฐบาลได้หารือกับสมาคมกีฬาหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับฟุตบอลบางส่วนก็มีความเห็นว่า หากต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในระดับดังกล่าว อาจควรนำงบไปใช้ในภารกิจอื่น ที่เกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากกว่า
นอกจากนี้ ฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจัดขึ้นในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ยังมีข้อจำกัดสำคัญเรื่องเวลาแข่งขันตามเวลาประเทศไทย โดยบางคู่เริ่มแข่งขันประมาณ 03.00 น.และบางคู่จบในช่วงเช้าประมาณ 10.00 น. ทำให้พฤติกรรมการรับชมของคนไทย อาจไม่คึกคักเท่าการแข่งขันที่จัดในยุโรปหรือเอเชีย อีกทั้งธุรกิจที่เคยได้รับอานิสงส์จากฟุตบอลโลก เช่น ร้านอาหาร สถานบันเทิง หรือกิจกรรมชมฟุตบอลร่วมกัน อาจไม่สามารถใช้โอกาสนี้สร้างรายได้เต็มที่ แต่หากเอกชนประเมินแล้วว่าคุ้มค่า และอยากจะรวมตัวกันไปซื้อลิขสิทธิ์ก็สามารถดำเนินการได้
ขณะเดียวกัน การขายโฆษณา และการหารายได้เชิงพาณิชย์จากการถ่ายทอดสด ก็อาจทำได้ยากขึ้น เนื่องจากช่วงเวลาแข่งขัน ไม่เอื้อต่อการรับชมในวงกว้าง ส่งผลให้ภาคเอกชนยังไม่แสดงความสนใจชัดเจน ในการร่วมสนับสนุนงบประมาณซื้อลิขสิทธิ์ โดยเฉพาะเมื่อประเมินแล้วว่า โอกาสคืนทุนจากรายได้โฆษณาอาจไม่สูงพอเมื่อเทียบกับต้นทุนลิขสิทธิ์
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ราคาลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกในตลาดต่างประเทศ อยู่ในระดับหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีการเปรียบเทียบกับบางประเทศ ที่มีจำนวนประชากรมากกว่าไทยหลายเท่า เช่น จีนเสนอซื้อที่ 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,800 ล้านบาท แต่มีเงื่อนไขถ่ายทอดปี 2026 และปี 2030 ส่วนอินเดียขอซื้อที่ 35 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,050 ล้านบาท ทำให้ต้นทุนเฉลี่ยต่อประชากรต่ำกว่าไทยอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะที่ประเทศไทยมีประชากรประมาณ 60 กว่าล้านคน หากต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ในระดับสูงใกล้เคียงกับประเทศขนาดใหญ่ ก็อาจทำให้ต้นทุนต่อหัวสูงเกินไป และยิ่งทำให้ประเด็นความคุ้มค่ากลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจ
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจขั้นสุดท้าย ยังต้องรอการแถลงจากผู้มีอำนาจหน้าที่โดยตรง โดยขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการประเมินข้อมูลทั้งหมด ทั้งด้านราคา เงื่อนไขการถ่ายทอดสด ความพร้อมของภาคเอกชน และประโยชน์ต่อประชาชน เพื่อให้การใช้งบประมาณเป็นไปอย่างเหมาะสมที่สุด โดยน่าจะมีการหารืออีกครั้งในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพรุ่งนี้ (19 พ.ค.69) อีกครั้ง
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ สื่อในเครือเนชั่น
ข่าวล่าสุด