วัคซีน PCV สำคัญ เหตุเด็กไทยเสี่ยงปอดอักเสบ–IPD เพิ่มขึ้น
05 ก.พ. 2569
ผู้เชี่ยวชาญชี้เด็กไทยป่วยปอดอักเสบและ IPD ต่อเนื่อง แนะเร่งเข้าถึงวัคซีน PCV ลดความเสี่ยงโรครุนแรง เสียชีวิต และภาวะแทรกซ้อนระยะยาว
Feature & Lifestyle
05 ก.พ. 2569
ผู้เชี่ยวชาญชี้เด็กไทยป่วยปอดอักเสบและ IPD ต่อเนื่อง แนะเร่งเข้าถึงวัคซีน PCV ลดความเสี่ยงโรครุนแรง เสียชีวิต และภาวะแทรกซ้อนระยะยาว
สถานการณ์โรคติดเชื้อในเด็กเล็กยังคงเป็นประเด็นสุขภาพที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะ โรคปอดอักเสบในเด็กและโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสชนิดรุนแรง (IPD) ซึ่งยังพบผู้ป่วยจำนวนมากอย่างต่อเนื่องในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ข้อมูลเฝ้าระวังโรคสะท้อนว่า ในแต่ละปีมีเด็กไทยป่วยปอดอักเสบหลักหลายหมื่นราย และไม่น้อยต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล สะท้อนให้เห็นว่าโรคนี้ยังไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับครอบครัวไทย
หนึ่งในสาเหตุสำคัญคือเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus pneumoniae หรือ “นิวโมคอคคัส” ซึ่งสามารถก่อโรคได้ตั้งแต่การติดเชื้อทางเดินหายใจทั่วไป ไปจนถึงภาวะรุนแรงอย่างเยื่อหุ้มสมองอักเสบหรือการติดเชื้อในกระแสเลือด โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ ความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนจึงสูงกว่ากลุ่มวัยอื่นอย่างมีนัยสำคัญ
ด้วยเหตุนี้ วงการแพทย์และสาธารณสุขจึงให้ความสำคัญกับ วัคซีน PCV (Pneumococcal Conjugate Vaccine) ซึ่งออกแบบมาเพื่อป้องกันเชื้อนิวโมคอคคัสโดยเฉพาะ หลักฐานทางวิชาการทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศยืนยันตรงกันว่า วัคซีนชนิดนี้สามารถลดความเสี่ยงของโรครุนแรงในเด็กได้จริง และยังช่วยลดภาระด้านสาธารณสุขในระยะยาวอีกด้วย
ที่ได้รับการยืนยัน ได้แก่
หลายประเทศที่บรรจุวัคซีนนี้ในระบบวัคซีนพื้นฐาน พบอัตราป่วยและเสียชีวิตในเด็กลดลงอย่างชัดเจน ซึ่งยิ่งตอกย้ำถึงความสำคัญของการป้องกันตั้งแต่ช่วงต้นชีวิต
แม้โรคปอดอักเสบในเด็กมักเริ่มต้นจากอาการคล้ายหวัดธรรมดา แต่เมื่อเชื้อลุกลามลงสู่ปอด อาการสามารถรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ปกครองจึงควรสังเกตสัญญาณเตือน เช่น ไข้สูง ไอมาก หายใจเร็ว หอบ ซึม หรือรับประทานอาหารได้น้อย หากพบอาการเหล่านี้ การพาเด็กไปพบแพทย์โดยเร็วจะช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมาก
ในกรณีของโรค IPD ความรุนแรงอาจเพิ่มขึ้นอีกขั้น เพราะเชื้อสามารถเข้าสู่สมองหรือกระแสเลือด ส่งผลให้เกิดความพิการทางระบบประสาท สูญเสียการได้ยิน หรือพัฒนาการล่าช้าได้ ซึ่งผลกระทบเหล่านี้อาจติดตัวเด็กไปตลอดชีวิต
การป้องกันจึงเป็นหัวใจสำคัญ โดยแนวทางพื้นฐานที่แพทย์แนะนำ ได้แก่ การรับวัคซีนตามเกณฑ์อายุ ดูแลโภชนาการให้เหมาะสม หลีกเลี่ยงควันบุหรี่และมลพิษ รักษาความสะอาดสม่ำเสมอ รวมถึงไม่ละเลยอาการผิดปกติของเด็ก แม้จะดูเล็กน้อยในช่วงแรกก็ตาม
ท้ายที่สุด ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพเห็นตรงกันว่า การสร้างภูมิคุ้มกันโรคตั้งแต่ช่วงวัยเด็กไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงการเจ็บป่วยเฉียบพลันเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานสุขภาพที่ดีในระยะยาว ช่วยให้เด็กเติบโตอย่างแข็งแรง ลดภาระครอบครัว และยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมโดยรวมในอนาคต
