ปล่อยไว้อาจลุกลาม กระทบการมองเห็น
นายแพทย์เอกชัย อารยางกูร รองผู้อำนวยการด้านจักษุวิทยา กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ภาวะตาแห้งส่วนใหญ่จะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่สามารถสร้างความไม่สบายตาและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้ เช่น ปวดแสบปวดร้อนบริเวณดวงตา ตาแดง น้ำตาไหล หรือมองเห็นไม่ชัด หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจพัฒนาเป็นการอักเสบเรื้อรัง และในบางกรณีอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นได้
การรักษาจะพิจารณาจากสาเหตุเป็นหลัก ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับโรคประจำตัว การใช้ยา พฤติกรรมการใช้สายตา หรือปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม โดยแพทย์อาจแนะนำให้ปรับพฤติกรรม หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง และใช้น้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา
4 วิธีดูแลดวงตา ลดเสี่ยงตาแห้งในหน้าหนาว
การป้องกันภาวะตาแห้งสามารถทำได้ง่ายในชีวิตประจำวัน ได้แก่
- หลีกเลี่ยงการออกแดดจัดโดยไม่จำเป็น
- สวมแว่นกันแดดหรือหมวกทุกครั้งเมื่อต้องออกกลางแจ้ง
- ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นของดวงตา
- รับประทานอาหารที่มีวิตามินเอสูง เช่น ผักสีเขียว ผักบุ้ง มะละกอ และแครอท ซึ่งช่วยบำรุงสายตา
โดยเฉพาะในเด็ก หากได้รับผักและผลไม้ไม่เพียงพอ ก็อาจเสี่ยงต่อภาวะตาแห้งได้เช่นกัน
ทั้งนี้ หากเริ่มมีอาการกระพริบตาบ่อย รู้สึกไม่สบายตา หรือมีอาการระคายเคืองต่อเนื่อง ควรสงสัยว่าอาจเข้าข่ายภาวะตาแห้ง และไม่ควรละเลย หากอาการรุนแรงหรือไม่ดีขึ้น ควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อรับการดูแลรักษาที่เหมาะสม เพราะดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญที่ควรได้รับการดูแลอย่างถูกวิธีตั้งแต่เนิ่น ๆ