svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Feature & Lifestyle

'นานะคุสะกะยุ' เมนูดีท็อกซ์จากญี่ปุ่น เคล็ดลับฟื้นฟูร่างกายหลังฉลองปีใหม่ด้วยสมุนไพร 7 ชนิด

06 ม.ค. 2569

ต้อนรับเช้าวันที่ 7 มกราคมด้วย "นานะคุสะกะยุ" (Nanakusagayu) ข้าวต้มสมุนไพร 7 ชนิด ประเพณีโบราณจากญี่ปุ่นที่เป็นกุศโลบายฟื้นฟูระบบย่อยอาหารหลังปาร์ตี้หนักช่วงปีใหม่ พร้อมส่องคุณประโยชน์สมุนไพรแต่ละชนิดที่ช่วยให้ร่างกายสดชื่นตลอดปี

ต้อนรับเช้าวันที่ 7 มกราคมด้วย "นานะคุสะกะยุ" (Nanakusagayu) ข้าวต้มสมุนไพร 7 ชนิด ประเพณีโบราณจากญี่ปุ่นที่เป็นกุศโลบายฟื้นฟูระบบย่อยอาหารหลังปาร์ตี้หนักช่วงปีใหม่ พร้อมส่องคุณประโยชน์สมุนไพรแต่ละชนิดที่ช่วยให้ร่างกายสดชื่นตลอดปี

KEY

POINTS

  • นานะคุสะกะยุคือข้าวต้มสมุนไพร 7 ชนิดของญี่ปุ่นที่นิยมรับประทานในวันที่ 7 มกราคม เพื่อช่วยดีท็อกซ์และฟื้นฟูระบบย่อยอาหารหลังการเฉลิมฉลองปีใหม่
  • สมุนไพรทั้ง 7 ชนิดมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลากหลายด้าน เช่น ช่วยย่อยอาหาร ขับสารพิษ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
  • ถือเป็นเมนูสุขภาพที่ช่วยให้ระบบย่อยอาหารได้พักฟื้นจากการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มอย่างหนักในช่วงเทศกาล พร้อมเติมสารอาหารที่จำเป็นกลับสู่ร่างกาย

ในวันที่ 7 มกราคมของทุกปี ชาวญี่ปุ่นทั่วโลกจะมีธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมาแต่โบราณนั่นคือการรับประทาน "นานะคุสะกะยุ" (Nanakusagayu) หรือข้าวต้มสมุนไพร 7 ชนิด ซึ่งในอดีตยุคเอโดะ วันนี้ถือเป็นหนึ่งใน 5 เทศกาลสำคัญของราชสำนัก (Jinjitsu no Sekku) โดยมีความเชื่อว่าหากรับประทานข้าวต้มร้อน ๆ ที่ปรุงด้วยสมุนไพรต้นฤดูใบไม้ผลิในเช้าวันนี้ จะช่วยขจัดปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บและเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรงไปตลอดทั้งปี

ในมุมมองของวิทยาศาสตร์สุขภาพ "นานะคุสะกะยุ" ไม่ใช่เพียงแค่ความเชื่อทางจิตวิญญาณเท่านั้น แต่คือ "กุศโลบายทางโภชนาการ" ที่ชาญฉลาด เพราะหลังจากที่เราเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ด้วยอาหารรสจัด ขนมหวาน และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สะสมมาหลายวัน กระเพาะอาหารและตับมักจะอยู่ในสภาวะทำงานหนักเกินไป ข้าวต้มสมุนไพรที่มีรสสัมผัสอ่อนโยนและมีฤทธิ์เป็นยาจึงทำหน้าที่เป็น "เมนูดีท็อกซ์" ช่วยพักระบบย่อยอาหารและเติมสารอาหารที่จำเป็นกลับคืนสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว

ส่องคุณประโยชน์สมุนไพร 7 ชนิด: ยาสามัญประจำบ้านจากธรรมชาติ

สมุนไพรทั้ง 7 ชนิดที่นำมาปรุงในนานะคุสะกะยุ มีสรรพคุณทางยาที่สอดคล้องกันเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ดังนี้

  1. เซริ (Seri - ผักชีล้อม): ช่วยเพิ่มความอยากอาหารและบำรุงระบบย่อยอาหาร
  2. นาซึนะ (Nazuna - ผักกระเป๋า): มีฤทธิ์ลดความดันโลหิตและช่วยขับปัสสาวะ ลดอาการบวมน้ำ
  3. โกะเกียว (Gogyo - หญ้าไหม): ช่วยขับเสมหะ แก้ไอ และลดอาการเจ็บคอ
  4. ฮาคุเบระ (Hakubera - หญ้าเข็ม): มีวิตามินซีสูง ช่วยป้องกันหวัดและเสริมภูมิคุ้มกัน
  5. โฮโตะเคะโนะสะ (Hotokenoza - ผักกาดนก): ช่วยปรับสมดุลความดันโลหิตและช่วยให้เลือดไหลเวียนดี
  6. ซูซูนะ (Suzuna - หัวเทิร์นนิพ): อุดมด้วยเอนไซม์ช่วยย่อยอาหารและขับสารพิษ
  7. ซูซูชิโระ (Suzushiro - หัวไชเท้า): ช่วยในการย่อยแป้งและโปรตีน ลดอาการท้องอืด

การรวมตัวของสมุนไพรเหล่านี้ไม่เพียงแต่ให้รสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของ "ฤดูใบไม้ผลิ" แต่ยังเป็นการเติมสารต้านอนุมูลอิสระและกากใยอาหารเข้าสู่ร่างกายในวันที่เราต้องการการฟื้นฟูมากที่สุด

วิธีปรุงนานะคุสะกะยุ: เมนูเรียบง่ายที่ทำเองได้ในไทย

แม้ในประเทศไทยอาจจะหาชุดสมุนไพรนานะคุสะกะยุแบบสดได้ยาก แต่เราสามารถปรับเปลี่ยนตามวัตถุดิบที่มีใกล้เคียงเพื่อรับประโยชน์ในรูปแบบเดียวกันได้ เคล็ดลับสำคัญอยู่ที่การรักษาความเรียบง่ายและปรุงรสด้วยเกลือเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ลิ้นได้สัมผัสรสชาติที่แท้จริงของผัก

ขั้นตอนการทำ:

  1. การเตรียมผัก: นำผักทั้ง 7 ชนิดมาล้างให้สะอาด ลวกในน้ำเดือดที่ใส่เกลือเล็กน้อยเพื่อให้ผักยังคงสีเขียวสด จากนั้นนำไปแช่น้ำเย็นจัดแล้วบีบน้ำออกให้แห้ง สับให้ละเอียดเตรียมไว้
  2. การต้มข้าว: ต้มข้าวต้มโดยใช้อัตราส่วนข้าว 1 ส่วน ต่อน้ำ 5-7 ส่วน เคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนเมล็ดข้าวนุ่มและน้ำข้นพอดี (อาจใช้ข้าวญี่ปุ่นหรือข้าวหอมมะลิใหม่เพื่อให้มีความมียางข้าวน่ารับประทาน)
  3. การผสม: เมื่อข้าวต้มได้ที่แล้ว ให้ใส่สมุนไพรที่สับเตรียมไว้ลงไป คนให้เข้ากันอย่างเบามือ ปรุงรสด้วยเกลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
  4. การรับประทาน: เสิร์ฟร้อน ๆ ในยามเช้า เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายและกระตุ้นการทำงานของระบบเผาผลาญ

บทสรุปสำหรับวัยทำงาน: ทำไมควรเริ่มเช้าวันที่ 7 ด้วยข้าวต้ม

สำหรับคนวัยทำงานที่ต้องเผชิญกับความเครียดและพฤติกรรมการกินที่ไม่เป็นเวลา การลองทำนานะคุสะกะยุรับประทานในเช้าวันที่ 7 มกราคมนี้ จะช่วยให้คุณรู้สึกเบาสบายตัวมากขึ้น ลดอาการพองตัว (Bloating) และช่วยให้สมองปลอดโปร่งขึ้นจากการที่ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

"นานะคุสะกะยุ" จึงไม่ใช่แค่เรื่องของคนญี่ปุ่น แต่เป็นบทเรียนสุขภาพระดับโลกที่สอนให้เรารู้จัก "การผ่อนคลายร่างกายผ่านอาหาร" เพื่อความยั่งยืนของสุขภาพในระยะยาว ตลอดปี 2569 นี้