เนชั่นทีวี

Feature & Lifestyle

AI Prompts ทำลายทักษะการคิด? งานวิจัยเผยสมองทำงานน้อยลงเมื่อใช้ AI

22 ธ.ค. 2568 | apirak_pra

AI Prompts ทำลายทักษะการคิด? งานวิจัยเผยสมองทำงานน้อยลงเมื่อใช้ AI

เจาะลึกผลวิจัยจาก MIT และ Microsoft เตือนการใช้ AI ช่วยทำงานอาจทำสมองขี้เกียจและลดทักษะการแก้ปัญหา แนะใช้ AI เป็น "ติวเตอร์" แทน "เครื่องจักรหาคำตอบ" เพื่อรักษาทักษะการคิดวิเคราะห์

เจาะลึกผลวิจัยจาก MIT และ Microsoft เตือนการใช้ AI ช่วยทำงานอาจทำสมองขี้เกียจและลดทักษะการแก้ปัญหา แนะใช้ AI เป็น "ติวเตอร์" แทน "เครื่องจักรหาคำตอบ" เพื่อรักษาทักษะการคิดวิเคราะห์

KEY

POINTS

  • งานวิจัยจาก MIT พบว่าสมองทำงานน้อยลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อใช้ AI ช่วยเขียนงาน และยังส่งผลให้ความสามารถในการจดจำเนื้อหาลดลง
  • การพึ่งพาและเชื่อมั่นใน AI มากเกินไปจะลดทอนความพยายามในการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) ของผู้ใช้งาน
  • ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการใช้ AI โดยขาดการไตร่ตรองในระยะยาวอาจนำไปสู่ "ภาวะสมองฝ่อทางปัญญา" ซึ่งทำให้ทักษะการแก้ปัญหาด้วยตนเองเสื่อมถอย

ในยุคที่ใครๆ ก็ใช้ AI ช่วยร่างบทความ วิเคราะห์ข้อมูล หรือตรวจทานจดหมายสมัครงาน ผู้เชี่ยวชาญเริ่มแสดงความกังวลว่า การมอบหมายงานสำคัญให้ปัญญาประดิษฐ์ทำแทน อาจส่งผลเสียต่อระบบความคิดสร้างสรรค์และการแก้ปัญหาของมนุษย์ในระยะยาว

สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) ได้เผยแพร่งานวิจัยล่าสุดในปี 2025 โดยใช้เครื่อง EEG บันทึกคลื่นสมองของผู้เข้าร่วมทดลอง พบว่ากลุ่มที่ใช้ ChatGPT ช่วยเขียนเรียงความ มีกิจกรรมในเครือข่ายสมองที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลทางปัญญา (Cognitive Processing) "ลดลงอย่างเห็นได้ชัด" เมื่อเทียบกับกลุ่มที่เขียนด้วยตัวเอง นอกจากนี้กลุ่มที่ใช้ AI ยังจำเนื้อหาที่ตัวเองส่งไปไม่ได้ดีเท่ากับกลุ่มที่เขียนเองอีกด้วย

งานวิจัยชี้ "ความมั่นใจใน AI" ลดทอนการคิดวิเคราะห์

ไม่ใช่แค่ในโรงเรียน แต่ในระดับคนทำงานก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน มหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน ร่วมกับ Microsoft ได้สำรวจคนทำงานออฟฟิศกว่า 300 คน พบว่ายิ่งผู้ใช้งานมีความเชื่อมั่นในความสามารถของ AI มากเท่าไหร่ ความพยายามในการ "คิดวิเคราะห์" (Critical Thinking) ของพวกเขาก็จะยิ่งลดลงตามไปด้วย

งานวิจัยระบุว่า แม้ Generative AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้จริง แต่หากพึ่งพามากเกินไปจะนำไปสู่ภาวะ Long-term Overreliance หรือการพึ่งพาเครื่องมือจนขาดทักษะการแก้ปัญหาด้วยตนเอง ซึ่งศาสตราจารย์ เวย์น โฮล์มส์ จาก UCL เรียกภาวะนี้ว่า "ภาวะสมองฝ่อทางปัญญา" (Cognitive Atrophy) ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วในกลุ่มรังสีแพทย์ที่ใช้ AI ช่วยอ่านผลเอกซเรย์จนขาดความแม่นยำในการวินิจฉัยด้วยตัวเอง

ใช้ AI อย่างไรไม่ให้เสียทักษะ?

อย่างไรก็ตาม AI ไม่ใช่ผู้ร้ายเสมอไป หากใช้อย่างถูกวิธี เจย์นา เดวานี จาก OpenAI แนะนำว่านักเรียนและคนทำงานไม่ควรใช้ ChatGPT เพื่อ "จ้างงานนอก" (Outsource) แต่ควรใช้ในฐานะ "ติวเตอร์ส่วนตัว" โดยการตั้งคำถามเพื่อให้ AI ช่วยแตกย่อยปัญหาให้เข้าใจง่ายขึ้น แทนที่จะขอคำตอบสุดท้ายในทันที

สรุปข้อควรระวังในการใช้ AI

  • ตรวจสอบผลลัพธ์เสมอ: อย่าเชื่อในคำตอบที่ AI มอบให้โดยปราศจากการตรวจสอบแหล่งข้อมูล
  • ทำความเข้าใจเหตุผล: ฝึกตั้งคำถามถึงที่มาของคำตอบเพื่อให้สมองได้ประมวลผลตาม
  • กำหนดขอบเขต: ใช้ AI ช่วยในการระดมสมองหรือวางโครงสร้าง แต่อย่าให้ AI ทำงานสร้างสรรค์หรืองานวิเคราะห์แทนทั้งหมด

ในท้ายที่สุด ผลลัพธ์ที่ได้จาก AI อาจจะดูสมบูรณ์แบบ แต่หากผู้สร้างผลลัพธ์นั้นเข้าใจเนื้อหาน้อยลง นั่นอาจหมายความว่าเรากำลังแลกเปลี่ยน "ทักษะการเรียนรู้" กับ "ความสะดวกสบาย" ที่อาจไม่คุ้มค่าในอนาคต

ข่าวล่าสุด