ในทางตรงกันข้าม กลับไปทำธุรกิจต่างๆ ที่ไม่เหมาะสม และไม่ได้ทำตามนโยบายของกะเหรี่ยง KNU ผมจึงคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องลุกขึ้นมาสร้างความเชื่อมั่นให้ชาวกะเหรี่ยงที่ได้ร่วมกันต่อสู้กับรัฐบาลเมียนมามานานกว่า 70 ปี เราจะต้องมีทางเลือกว่า เราจะอยู่กับเมียนมาต่อไป หรือเลือกที่จะปกครองด้วยตัวเอง ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า KNU ไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้
ในวันนี้ผมเปิดประตูให้ชาวกะเหรี่ยงได้มีเสรีภาพจากรัฐบาลเมียนมาแล้ว เพราะที่ผ่านมา มีชาวกะเหรี่ยงบางส่วนต่างอึดอัดใจกับKNUไม่ใช่น้อย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
ต่อคำถามที่หลายฝ่ายทั้งในประเทศเมียนมา และต่างประเทศมองว่า การสถาปนาสาธารณรัฐกอทูเลย์ เพื่อต้องการระดมเงินทุนจากต่างประเทศ ผมขอบอกว่า ไม่จริงเลย แต่เป้าหมายคือ อยากให้ชาวกะเหรี่ยงทั้งโลกรู้ว่าเราเป็นชาวกะเหรี่ยง และถึงเวลาที่ต้องมีประเทศเป็นของตนเอง
ชาวกะเหรี่ยงอยู่ภายใต้กฎหมายของรัฐบาลเมียนมามานานแล้ว ไม่ได้ทำ ให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ตลอดเวลาที่ผ่านมา กองกำลังของเรามีชาวกะเหรี่ยงทั้งในประเทศ และต่างประเทศคอยสนับสนุนอยากให้เรามีอิสระ
ในการจัดตั้งสาธารณรัฐกอทูเลย์ขึ้นมา ผมคิดอย่างรอบคอบแล้ว ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา และมีทีมทำงานที่เป็นชาวกะเหรี่ยงที่เป็นทั้งคนรุ่นเก่าทั้งในประเทศ และชาวกะเหรี่ยงที่เป็นคนรุ่นใหม่ในต่างประเทศ ที่เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ เป็นผู้ให้คำปรึกษา
โลกทุกวันนี้เปลี่ยนไปหมดแล้ว ลำพังจะให้มาสู้รบระหว่างชาวกะเหรี่ยงกับรัฐบาลเมียนมาไปวันๆ ในการต่อต้านรัฐบาลเมียนมา ทำให้การพัฒนาประเทศก็ไปต่อไม่ได้ และเรามีความหวังว่าเวทีโลกจะให้การรับรอง
ผู้นำกะเหรี่ยงในยุคต่อไปต้องคิดใหม่ ต้องมีความชัดเจนทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ และการทหาร สามารถที่จะต่อรองกับรัฐบาลเมียนมาได้ หากเป็นเช่นนี้ เชื่อว่ากะเหรี่ยงที่ถืออาวุธในกลุ่มต่างๆ จะเห็นด้วยกับแนวคิดในการประกาศเอกราชจากรัฐบาลเมียนมา
แต่เพราะทุกวันนี้ KNU ไม่มีความเข้มแข็ง ขาดเสรีภาพในการปกครองตัวเอง และยังมีกะเหรี่ยงบางกลุ่มที่แยกตัวออกไปทำงานตามคำสั่งของรัฐบาลเมียนมา ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องยาเสพติด การค้ามนุษย์ และการทำสิ่งผิดกฎหมาย
ต่อข้อซักถามว่า ได้มีการเจรจากับผู้นำกะเหรี่ยงกลุ่มอื่นหรือไม่
พลเอกเนอดา เมียะ ยอมรับว่า แม้ว่าเราจะเป็นเพียงกะเหรี่ยงกลุ่มเล็ก และถูกมองว่าไม่มีดินแดนเป็นของตัวเอง และผู้นำกะเหรี่ยงกลุ่มใหญ่ไม่อยากคุยด้วย เพราะเรามองว่า การเมือง การทหารต้องมีความยืดหยุ่นได้ รับฟังความคิดเห็นต่างได้ แต่อีกฝ่ายกลับไม่มีจุดนี้
ต่างจากเราที่มีจุดยืน คือ ต้องการเห็นชาวกะเหรี่ยงมีความสามัคคีกันมากกว่านี้ หลังจากนั้น จะไม่มีความแตกแยก ว่าดินแดนนั้นของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เพราะชาวกะเหรี่ยงจริงๆ สักวันหนึ่งต้องอยู่ร่วมกัน
พลเอก เนอดา เมียะ กล่าวถึงคำแถลงการณ์ของ KNU ที่บอกว่า ผมทำลายความน่าเชื่อถือการปฏิวัติกะเหรี่ยง เป็นมุมมองความคิดเก่าๆมาก ทำให้เราไปไม่ถึงเป้าหมายในการสร้างประเทศของกะเหรี่ยง
ตรงกันข้ามเราพยายามที่จะสร้างตัวตนของชาวกะเหรี่ยงตามแนวชายแดนให้ถูกต้อง มีการทำบัตรประชาชน แต่ก็ถูกตำหนิ ตอนนี้ผมไม่กลัวที่จะเดินหน้า เพราะมีประชาชนส่วนใหญ่ที่ให้การสนับสนุน และกะเหรี่ยงกลุ่มที่ถือปืนก็มีความเข้าใจในเจตนาที่ดีของผม และให้ทุกคนรู้ว่าชาวกะเหรี่ยงต้องการเอกราช
เราเปิดหูเปิดตาให้ชาวกะเหรี่ยงแล้ว ประเทศใหม่ของเรามีโมเดลจากสหรัฐอเมริกา, สิงคโปร์ และสาธารณรัฐประชาธิปไตยติมอร์-เลสเต มีระบบการเลือกตั้งทุก 4 ปี มีสภาผู้แทนราษฎร กฎหมายยในบริหารประเทศ
โดยคาดว่าภายใน 4 ปี ประเทศของเราจะถูกขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ ที่สำคัญ แนวร่วมในการทำงานในอนาคต จะเป็นชาวกะเหรี่ยงคนรุ่นใหม่ที่ไปเรียนในต่างแดน ก็จะต้องกลับมาช่วยกันพัฒนาบ้านเมืองของเราให้มีเสถียรภาพ และยังมั่นใจว่า คำว่า “กอทูเล”เป็นดินแดนของคนกะเหรี่ยงทุกคน
ท้ายที่สุด อยากให้ประเทศไทย ในฐานะที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ร่วมกันมานาน และมีญาติพี่น้องไปมาหาสู่กัน อยากให้เข้าใจว่าชาวกะเหรี่ยงก็ยังยึดมั่นในการเดินตามรอยบรรพบุรุษในการพัฒนาประเทศร่วมกัน
และเมื่อสถาปนาสาธารณรัฐกอทูเลเกิดเป็นรูปธรรม ได้ ประเทศไทยจะไม่ต้องมากังวลเกี่ยวกับปัญหายาเสพติด การค้ามนุษย์ และปัญหาสแกมเมอร์ เพราะเราจะช่วยดูแล
ซึ่งที่ผ่านมา ชาวกะเหรี่ยงถูกกดขี่จากรัฐบาลเมียนมา ก็ได้ประเทศไทยในการช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมมาโดยตลอด เมื่อเราได้เสรีภาพเราก็ต้องคิดถึงบุญคุณที่ประเทศไทยมีให้แก่ชาวกะเหรี่ยงด้วย
สัมภาษณ์พิเศษโดย สกาวรัตน์ ศิริมา
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ตลกร้ายชายแดน “สาธารณรัฐกอทูเลย์” ลอกคราบ “เนอดา เมียะ” ถูกขับจาก KNU ซุกปีกอินทรี ตั้ง KTLA มีทหารหลักร้อย