svasdssvasds
เนชั่นทีวี

Feature & Lifestyle

สายเฮลตี้ระวัง! ออกกำลังกายหนักเสี่ยง "ภาวะกรดแลคติกสูง" อันตรายถึงชีวิต

09 มี.ค. 2569

เตือนสายออกกำลังกายหนัก! ภาวะกรดแลคติกสูง (Lactic Acidosis) ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หากร่างกายสะสมกรดมากเกินไปอาจทำให้หายใจลำบากและอวัยวะล้มเหลว เช็กอาการก่อนสายเกินไป

ภาวะกรดแลคติกสูง (Lactic acidosis) เป็นภาวะที่ระดับกรดแลคติกในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งอาจสะท้อนถึงความผิดปกติของกระบวนการเผาผลาญพลังงานภายในเซลล์ของร่างกาย โดยปกติแล้วกรดแลคติกเป็นสารที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจากกระบวนการสร้างพลังงานของเซลล์ เมื่อร่างกายผลิตกรดชนิดนี้ขึ้นมา ตับจะทำหน้าที่สำคัญในการกำจัดและปรับสมดุลให้อยู่ในระดับปกติ แต่หากร่างกายสร้างกรดแลคติกมากเกินไป หรือไม่สามารถกำจัดออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็จะทำให้เกิดการสะสมในกระแสเลือดและนำไปสู่ภาวะกรดแลคติกสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะหลายระบบ

โดยทั่วไปภาวะนี้มักเกิดขึ้นเมื่อร่างกายมีออกซิเจนไปเลี้ยงเซลล์ไม่เพียงพอ ทำให้เซลล์ต้องเปลี่ยนวิธีการสร้างพลังงานไปเป็นกระบวนการที่ทำให้เกิดกรดแลคติกมากขึ้น หากระดับกรดเพิ่มขึ้นมาก อาจรบกวนสมดุลของร่างกายและกลายเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ได้

 

ภาวะกรดแลคติกสูงเกิดจากอะไรได้บ้าง

สาเหตุของภาวะกรดแลคติกสูงมีหลายปัจจัย ทั้งจากโรคหรือภาวะที่ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน รวมถึงความผิดปกติของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดกรดแลคติก ตัวอย่างสาเหตุที่พบได้ เช่น

  • การออกกำลังกายอย่างหนักเป็นเวลานาน (สาเหตุสำคัญที่คนทั่วไปมักมองข้าม)
  • ภาวะติดเชื้อรุนแรงหรือการติดเชื้อในกระแสเลือด
  • ภาวะช็อก ซึ่งทำให้การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงอวัยวะลดลง
  • โรคหัวใจล้มเหลว
  • โรคตับหรือโรคไต

ความรุนแรงของภาวะกรดแลคติกสูงมีตั้งแต่ระดับไม่รุนแรงที่ร่างกายสามารถปรับตัวและกลับสู่ปกติได้เอง ไปจนถึงระดับที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของเซลล์และอวัยวะทั่วร่างกาย และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

สายเฮลตี้ระวัง! ออกกำลังกายหนักเสี่ยง "ภาวะกรดแลคติกสูง" อันตรายถึงชีวิต

อาการที่ควรสังเกต: อย่าคิดว่าแค่ "เหนื่อยปกติ"

อาการของภาวะกรดแลคติกสูงอาจแตกต่างกันไปตามระดับความรุนแรงและสาเหตุของโรค บางคนอาจมีเพียงอาการเล็กน้อย ขณะที่บางรายอาจมีอาการรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว อาการที่พบได้ ได้แก่

  • อ่อนเพลียผิดปกติ เหนื่อยง่าย
  • หายใจเร็ว หรือหายใจลำบาก
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปวดท้อง
  • เวียนศีรษะ หรือรู้สึกสับสน
  • หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ

ในกรณีที่อาการรุนแรงมาก อาจเกิดความดันโลหิตต่ำหรือหมดสติได้ หากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อชีวิต โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวานหรือโรคหัวใจ

 

ตัวอย่างภาวะที่พบร่วมกับกรดแลคติกสูง

ในทางการแพทย์ ภาวะกรดแลคติกสูงมักถูกใช้เป็นตัวบ่งชี้ความรุนแรงของโรคบางชนิด ตัวอย่างที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • การติดเชื้อในกระแสเลือด ผู้ป่วยที่มีภาวะติดเชื้อรุนแรงและมีระดับกรดแลคติกสูง มักบ่งชี้ว่าร่างกายกำลังเผชิญกับการติดเชื้อที่รุนแรงมากขึ้น และมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูงกว่าผู้ป่วยที่ไม่มีภาวะดังกล่าว

  • ผลข้างเคียงจากยาในผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่รับประทานยาเม็ทฟอร์มิน (metformin) โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะไตวายร่วมด้วย อาจเกิดภาวะกรดแลคติกสูงจากยาได้ ในกรณีดังกล่าวการรักษาจะเริ่มจากการหยุดยา พร้อมให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ และในรายที่มีความรุนแรงมากอาจจำเป็นต้องทำการฟอกเลือดล้างไตเพื่อกำจัดยาออกจากร่างกาย

เมื่อไรควรพบแพทย์

ภาวะกรดแลคติกสูงอาจเริ่มต้นด้วยอาการที่ดูไม่รุนแรง เช่น อ่อนเพลียหรือเหนื่อยง่าย แต่หากอาการรุนแรงขึ้น เช่น หายใจหอบ เหนื่อยผิดปกติ เวียนศีรษะ หรือมีระดับความรู้สึกตัวลดลง ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว โดยเฉพาะผู้ที่เพิ่งผ่านการออกกำลังกายอย่างหนักหรือมีโรคประจำตัว เพราะอาการดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติที่ต้องได้รับการประเมินและรักษาอย่างเร่งด่วน

แม้ว่าภาวะกรดแลคติกสูงจะไม่ใช่โรคที่พบได้บ่อยในคนทั่วไป แต่ถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของความผิดปกติในร่างกาย การสังเกตอาการผิดปกติและเข้ารับการตรวจรักษาอย่างทันท่วงทีจะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนรุนแรง และเพิ่มโอกาสในการรักษาได้อย่างปลอดภัย