svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

แฉอิสราเอลใช้ "ฟอสฟอรัสขาว" ถล่มบ้านเรือนเลบานอน ชี้ผิดกฎหมายสงคราม

09 มี.ค. 2569

ฮิวแมนไรท์วอทช์ (Human Rights Watch) เปิดหลักฐานมัดอิสราเอลใช้ "กระสุนฟอสฟอรัสขาว" เหนือเขตชุมชนยอห์มอร์ในเลบานอนใต้ ทำไฟลุกท่วมบ้านและรถยนต์ ชี้เป็นอาวุธต้องห้ามที่สร้างความทรมานตลอดชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างอิงรายงานฉบับอัปเดตจาก ฮิวแมนไรท์วอทช์ (Human Rights Watch หรือ HRW) ประจำวันที่ 9 มีนาคม 2569 ยืนยันว่ากองทัพอิสราเอลได้ตัดสินใจใช้กระสุนปืนใหญ่ฟอสฟอรัสขาว (White Phosphorus) ซึ่งเป็นอาวุธเพลิงที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง โจมตีเหนือพื้นที่อยู่อาศัยในเมือง ยอห์มอร์ (Yohmor) ทางตอนใต้ของเลบานอน เมื่อวันที่ 3 มีนาคมที่ผ่านมา การกระทำดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นการโจมตีแบบไม่แยกแยะ และไม่เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมายที่ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างเต็มที่เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายต่อพลเรือน

 

เจาะรายละเอียดหลักฐาน: ภาพถ่ายฟ้องการโจมตีทางอากาศ

ผู้เชี่ยวชาญจาก ฮิวแมนไรท์วอทช์ ได้ทำการตรวจสอบและระบุพิกัดทางภูมิศาสตร์ (Geolocated) จากภาพถ่ายจำนวน 8 ภาพที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ พบหลักฐานที่ปฏิเสธไม่ได้ ดังนี้

  • ลักษณะการระเบิด: ภาพถ่ายยืนยันการใช้กระสุนปืนใหญ่ขนาด 155 มม. ซีรีส์ M825 ซึ่งบรรจุฟอสฟอรัสขาว ระเบิดกลางอากาศเหนือย่านชุมชน
  • กลุ่มควันสีขาว: ควันที่พวยพุ่งออกมาเป็นลักษณะเฉพาะของการแตกตัวจากดินระเบิดภายในขีปนาวุธชนิดนี้
  • ความเสียหายในพื้นที่: พบเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเข้าดับเพลิงที่ลุกไหม้บนหลังคาบ้านอย่างน้อย 2 หลัง และรถยนต์พลเรือนอีก 1 คันในรัศมีไม่เกิน 160 เมตรจากจุดระเบิด

แฉอิสราเอลใช้ "ฟอสฟอรัสขาว" ถล่มบ้านเรือนเลบานอน ชี้ผิดกฎหมายสงคราม

"ฟอสฟอรัสขาว" อาวุธเพลิงที่สร้างความตายและแผลเป็นตลอดชีวิต

นายแรมซี ไคสส์ นักวิจัยประจำเลบานอนของ ฮิวแมนไรท์วอทช์ กล่าวเตือนถึงผลกระทบที่รุนแรงว่า

"การใช้ฟอสฟอรัสขาวเหนือพื้นที่พักอาศัยจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เลวร้ายอย่างยิ่ง สารเคมีชนิดนี้จะลุกไหม้ทันทีเมื่อสัมผัสกับออกซิเจน และสามารถเผาผลาญบ้านเรือนรวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมได้อย่างรวดเร็ว บาดแผลที่เกิดจากอาวุธชนิดนี้ไม่เพียงแต่สร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส แต่ยังส่งผลให้ผู้เคราะห์ร้ายต้องทนทุกข์ทรมานจากความพิการไปตลอดชีวิต"

ยุทธศาสตร์ขับไล่พลเรือน: คำสั่งอพยพที่น่าสงสัย

รายงานระบุเพิ่มเติมว่า ในวันเดียวกับที่เกิดเหตุ นายอาวิคาย อัดราอี โฆษกกองทัพอิสราเอลภาคภาษาอาหรับ ได้ออกคำสั่งด่วนให้ชาวเมืองยอห์มอร์และหมู่บ้านใกล้เคียงอีกกว่า 50 แห่ง อพยพออกจากบ้านเรือนทันทีในรัศมีอย่างน้อย 1,000 เมตรสู่พื้นที่เปิดโล่ง ซึ่ง ฮิวแมนไรท์วอทช์ ตั้งข้อสังเกตว่า คำสั่งอพยพที่เป็นวงกว้างเช่นนี้อาจไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องพลเรือนเป็นหลัก แต่เป็นการจงใจสร้างความตื่นตระหนกและหวาดกลัว ซึ่งอาจเข้าข่ายอาชญากรรมสงครามในการ "บังคับย้ายถิ่นฐาน" (Forced Displacement)

ยอดความสูญเสียและข้อเรียกร้องต่อนานาชาติ

นับตั้งแต่ความขัดแย้งยกระดับขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน ยอดผู้เสียชีวิตในเลบานอนพุ่งสูงขึ้นเป็น 394 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 8 มีนาคม) ในจำนวนนี้เป็นเด็กถึง 83 ราย และสตรี 42 ราย ทาง ฮิวแมนไรท์วอทช์ จึงได้เรียกร้องให้พันธมิตรหลักของอิสราเอล ทั้งสหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร และเยอรมนี ระงับความช่วยเหลือทางทหารและการขายอาวุธให้แก่อิสราเอลทันที พร้อมผลักดันให้รัฐบาลเลบานอนยอมรับเขตอำนาจของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) เพื่อดำเนินคดีต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมสงครามในครั้งนี้

 

สรุปข้อมูลทางเทคนิคและกฎหมาย (ข้อมูลจากฮิวแมนไรท์วอทช์)

  • กลไกการทำงาน: กระสุน 1 นัดบรรจุลิ่มสักหลาดเคลือบฟอสฟอรัสขาว 116 ชิ้น กระจายเป็นวงกว้าง 125-250 เมตร
  • อาวุธทางเลือก: มีกระสุนควันรุ่น M150 ที่พรางตาได้เหมือนกันแต่ไม่เป็นอันตราย ซึ่งอิสราเอลเคยใช้ในอดีตแต่กลับเลือกใช้ฟอสฟอรัสขาวในครั้งนี้
  • ข้อตกลงสากล: อิสราเอลยังไม่ได้ร่วมเป็นภาคีในพิธีสารที่ 3 (Protocol III) ของอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธตามแบบบางชนิด ที่ควบคุมการใช้อาวุธเพลิงในเขตพลเรือน

 

***อ่านรายงานฉบับเต็มจาก ฮิวแมนไรท์วอทช์ >>> ที่นี่ <<<