ค่ำคืนนี้ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมลงสนามพบ เบิร์นลี่ย์ สายตาของแฟนบอลไม่ได้จับจ้องแค่รายชื่อ 11 ตัวจริงหรือแท็กติกในสนามเท่านั้น หากแต่ยังจับตาไปที่ชายข้างเส้นอย่าง ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ อดีตกองกลางผู้ซื่อสัตย์ต่อสโมสร ที่วันนี้ก้าวขึ้นมารับบทบาทกุนซือชั่วคราวในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของทีม
เส้นทางโค้ชของเฟล็ทเชอร์ไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลัน แต่เป็นผลลัพธ์ของการเตรียมตัวอย่างเป็นระบบยาวนานกว่า 6 ปี หลังแขวนสตั๊ด และอาจเป็นคำตอบว่าทำไม ยูไนเต็ดจึงเลือก “คนของสโมสร” ในยามวิกฤต
"ความปรารถนาในการคุมทีมคือสิ่งที่ผมสนใจอย่างมาก... มันคือความรู้สึกที่ 'คันก็ต้องเกา' (the itch will need to be itched) เมื่อโอกาสมาถึง" เฟล็ทเชอร์ กล่าวไว้ในปี 2020
ศิษย์ก้นกุฏิที่ "เฟอร์กูสัน" การันตี
รากฐานทางความคิดของเฟล็ทเชอร์ถูกหล่อหลอมโดยตรงจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือที่มองเห็นแววความเป็นผู้นำในตัวเขามาตั้งแต่ยังเป็นนักเตะ เฟอร์กูสันเคยกล่าวถึงศิษย์รักคนนี้อย่างมั่นใจว่า
"เขามีบารมี (Presence) และมีความเสียสละ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเป็นผู้จัดการทีม... ผมมั่นใจเต็มร้อย (Absolute certainty) ว่าเขาจะก้าวเข้าสู่งานคุมทีมหลังแขวนสตั๊ด"
จุดเริ่มต้นที่สำคัญเกิดขึ้นในช่วงที่เขาป่วยหนักจนต้องพักการเล่น ซึ่งเฟอร์กูสันได้มอบหมายให้เขาไปช่วยงานทีมสำรอง ในตอนนั้นเขาแสดงภาวะผู้นำผ่านการพูดกระตุ้นนักเตะรุ่นน้องว่า "ถ้าคุณเล่นให้แมนฯ ยูไนเต็ด มันมีความคาดหวังที่คุณต้องแสดงออกมา" ซึ่งสะท้อนความเข้มข้นในแนวคิดแบบ "ยูไนเต็ด" อย่างเต็มเปี่ยม