“วันนี้เป็นอีกหนึ่งวัน ที่ทำให้ผมเสียใจที่สุด ขอขอบคุณหลายๆ สื่อ ติดต่อเข้ามาเเละขออภัยด้วยผมยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ใดๆ ผมอยากให้จดจำเเต่สิ่งดีๆ พ่อที่เป็นทั้งเพื่อน เป็นทั้งพี่ เป็นครู ทุกวันนี้การทำงานต่างๆ ได้มาจากการเติบโตในกองถ่ายพร้อมพ่อมาตลอด ไปไหนไปด้วยกัน เรามองพ่อเป็นคนที่เก่ง สามารถสร้างสรรค์งานใหญ่ชนิดที่เราไม่เคยคิดว่าจะทำได้ หวังมาตลอดว่าวันนึงพ่อจะภูมิใจในตัวเติร์ก เเค่เป็นได้ครึ่งของพ่อก็ยังดี”
“ก่อนพ่อจะไปเติร์กรับปากว่าเติร์กจะดูเเลเองพ่อไม่ต้องห่วง ไม่เคยคิดจะทิ้งใครไว้ข้างหลัง บางอย่างมันอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิด เสียใจที่สุด เพราะวันที่เราทำได้ เรายืนได้ พ่อไม่ได้อยู่ข้างๆ เเค่อยากให้เห็นเเค่นั้นเองว่าวันนี้เติร์กทำได้เเล้วนะครับ พ่อจะได้ไม่ต้องห่วง ไม่รู้ว่าสองปีที่ผ่านมาพ่อจะเห็นบ้างไหม เเต่อยากให้รู้ว่าครอบครับกัลย์จาฤกรักพ่อ”
“พ่อไม่อยู่คุณลุงยังเป็นกำลังใจให้ ลูกน้องกันตนาของพ่อยังสนับสนุนเเละให้ความช่วยเหลือตลอด ครอบครัวปัจจุบันดูเเลผมดีฝ่าฟันทุกวิกฤตด้วยกัน ยังเหลืออีกหลายเรื่องที่เราต้องคุยกัน พ่อเคยอยากพาเติร์กไปยุโรปไกลๆ ไปนั่งคุยกันสองคน เรายังไม่ได้ไปเลย เติร์กยังไม่ได้พาพ่อไปเที่ยวอังกฤษเลย”
“ตอนเด็กพ่อรู้ว่าเติร์กชอบเต้นห้องซ้อมเต้นให้ รู้ว่าชอบกินอะไร กินเเกงกะหรี่ทีไรพ่อจะนึกถึงเติร์กตลอด ถ้าให้เล่าทั้งหมดคงไม่หมด สุดท้ายเเล้วขอให้จดจำเเต่เรื่องดีๆ พรุ่งนี้เดี๋ยวเติร์กจะไปรับพ่อเอง เติร์ก กัลย์จาฤก 28/10/2565”
ขอขอบคุณที่มาภาพ/ข่าว FB : Turk Kaljareuk (เติร์ก กัลย์จาฤก)
อีกความคืบหน้าของ "ครอบครัวกัลย์จาฤก" ในช่วงเย็นวันนี้ (29 ต.ค.65) มีพิธีรดน้ำศพและสวดพระอภิธรรมคืนแรก ทางครอบครัว โดยมี “ตั้ม - จาฤก กัลย์จาฤก” พี่ชาย และ “เติร์ก-เตอร์” ลูกชายของ “ต๊ะ นิรัตติศัย” ได้เปิดใจถึงสาเหตุการเสียชีวิตกับสื่อมวลชนว่า
สาเหตุการเสียชีวิต?
ตั้ม จาฤก : “จากการที่ชันสูตรศพมาเมื่อเช้านี้ หมอรายงานว่าเป็นกล้ามเนื้อหัวใจโต ทำให้เลือดไม่ไปเลี้ยงที่หัวใจ ไม่ได้ทุรนทุรายนะครับ เหมือนหลับแล้วก็ไปสบาย”
เป็นโรคที่เป็นมานานแล้วหรือเปล่า ต่อเนื่องในการรักษา?
ตั้ม จาฤก : “จริงๆ ต๊ะเขาไม่ค่อยดูแลเรื่องของสุขภาพ เพราะว่าเขาทำงานหนัก แล้วก็อาจจะทานเก่งก็เลยอ้วนหน่อย ก็เลยจะมีเรื่องขา เรื่องตรวจอะไรอยู่ตลอดเวลา ผมคิดว่าน่าจะเป็นโรคที่มาตั้งแต่กรรมพันธุ์ อย่างตัวพี่เองก็มีเรื่องขั้วหัวใจโตเหมือนกันตั้งแต่เด็ก (ไม่ใช่โรคประจำตัวที่มีอยู่แล้ว?) น่าจะเป็นอย่างนั้นครับ”
ก่อนหน้านี้มีสัญญาณเตือนก่อนไหม?
ตั้ม จาฤก : “เรื่องหัวใจใช่ไหม ไม่มีครับ (ค่อนข้างกะทันหัน?) กะทันหันครับ มากๆเลย”
“เติร์ก” ในฐานะลูกชายคนโต คุณพ่อได้สอนงานยังไงบ้างที่เรามารับช่วงต่อ?
เติร์ก : “ใช้คำว่าตั้งแต่เด็กยันโตเลยแล้วกันครับ เราโตมากับกองถ่าย ใช้ชีวิตมากับกองถ่ายตลอด โชคดีที่ว่าพอโตมากับกองถ่ายก็พอเห็นทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังทั้งหมด โชคดีที่ว่าวันนี้โตขึ้นมาก็คือได้วิชาเต็มๆ จากทั้ง “ลุงตั้ม” และทั้งตัวคุณพ่อ มันสามารถเสริมสร้างในการทำงานของเติร์กในปัจจุบันครับ ถามถึงคำสอนของคุณพ่อ จริงๆสโลแกนของคุณพ่อเขาจะ “เล็กๆ ไม่ ใหญ่ๆ ต๊ะ” แต่เพียงว่าเราปรับให้เข้ากับยุคสมัย เรามองเรื่องวิสัยทัศน์เหมาะสมกับการทำอะไร และมุ่งมั่นไปตรงไหน ตั้งใจกับการทำงานตั้งแต่พรีโปรดักชั่น โพสต์โปรดักชั่น เราให้ความใส่ใจกับทุกขั้นตอนการผลิตงาน”
ได้บอกอะไรกับคุณพ่อบ้างวันนี้?
เติร์ก : “จริงๆ ไม่เจอนานแล้วก็เติร์กยังพูดอะไรไม่ค่อยออกนะครับ ยังมีอีกหลายอย่างมากที่เรายังไม่ได้ทำด้วยกัน อยากจะบอกว่าเติร์กรักพ่อ อยากให้พ่อเห็นว่าวันนี้เรายืนขึ้นมาได้ เราโตขึ้นมาได้ ทั้งครอบครัวสนับสนุน ทั้งวิชาความรู้ที่พ่อสอนมา ก็คิดว่าพ่อไม่มีอะไรจะต้องห่วงแล้ว รักพ่อมากครับ จริงๆ ร้องไห้จนไม่เหลืออะไรให้ร้องแล้วครับวันนี้”
“เตอร์” รับทางโปรดักชั่น ผู้กำกับ ประสบการณ์ตรงมาจากคุณพ่อ?
เตอร์ : “ครับ ได้รับทั้งหมดครับ (อยากบอกอะไรคุณพ่อ?) ก็บอกเขาอยู่ตลอดครับ เดี่ยวไปบอกกับเขาเองที่โลง ผมค่อยไปคุยกับเขาครับ ถามถึงงานที่จะสานต่อจากนี้ เดี๋ยวดูว่าพ่อเขาทำอะไรไว้ที่อยากให้สานต่อ เขาโปรเจ็กต์ใหญ่ครับ ถ้ามีวาสนาก็ทำสำเร็จได้ครับ”
เป็นโปรเจ็กต์ที่อยากสานฝันคุณพ่อ?
เตอร์ : “ใช่ครับ (ละครหรือภาพยนตร์?) เดี๋ยวค่อยบอกก็ได้ครับให้มันเป็นจริงก่อน บอกว่าเป็นของพ่อครับ (อยากทำเพื่อพ่อ?) ใช่ครับ”
กำหนดการหลังจากนี้?
ตั้ม จาฤก : “จะสวด แล้ววันที่ 1 พ.ย.65 ก็เผา ถ้าท่านใดที่รู้จักกับต๊ะมา ก็มาร่วมในงานสวดส่งดวงวิญญาณให้ต๊ะไปสู่สวรรค์ คือครั้งนี้เป็นอีกครั้งนึงที่ (นิ่ง) ที่สูญเสียนะครับ (เช็ดน้ำตา)”