ตั้งแต่ที่เราเลี้ยงดูเป็นแม่คน เจออุปสรรคจากความไม่เข้าใจในสังคม การพูดจากคนรอบข้างไหม?
เดย์ ฟรีแมน : เลี้ยงตั้งแต่ 6 เดือน แน่นอนเอาลูกเขามาเลี้ยงเอาเมี่ยงเขามาอม ขนาดคนปกติทั่วไปที่รับลูกเขามาเลี้ยงยังมีประโยคนี้ แล้วอย่างเราเป็นเพศทางเลือกแบบนี้ เราถูกมองจากสายตาและเสียงที่เข้าหูมา กระเทยเลี้ยงเด็กผู้ชายต้องเลี้ยงต้อย ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงเลี้ยงไว้ขาย แม่เล้า หรืออะไรอย่างนี้ เสียงจะเข้ามาเหมือนป้าข้างบ้านทั่วไป แล้วที่ได้ยินก็คือเราเป็นแบบนี้จะเลี้ยงลูกได้ยังไง ตัวเองยังสับสนกับตัวเอง ลูกโตมาไม่มีปัญหาเหรอ ต้องตัดสินใจและตั้งใจทำให้คนอื่นได้เห็นว่าอย่างกลุ่มเรามีพลังพอที่จะดูแลเด็กทำหน้าที่ได้ แน่นอนต้องทุ่มเทความรักให้เต็มที่ เราอยากจะถามย้อนไปว่าปัญหาที่คุณมองคืออะไร เด็กไม่เคยบอกนะว่าฉันต้องการแม่แบบไหน พ่อแบบไหน ไม่มีลูกคนไหนต้องการแบบนั้น เพราะฉะนั้นปัญหาของเด็กคือไม่มีคนรับเลี้ยง เขาจะโตขึ้นมายังไง เขาจะเอานมที่ไหนกิน ใครจะให้ความอบอุ่นแก่เขา นี่คือปัญหาที่เราจะต้องแก้ไขก่อนตังหาก พอเขาโตขึ้นมาแล้วเขามีสมองคิดของเขาเอง เขาแก้ไขปัญหาเองได้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องมาคิดว่าเด็กโตขึ้นมาแล้วจะมีปัญหา
ความสัมพันธ์ระหว่างพี่เดย์กับลูกเป็นอย่างไรบ้างตอนนี้ ?
เดย์ ฟรีแมน : คือตอนเด็กๆ เขาจะรับรู้ว่าตอนนอนจะเอาผ้ามาห่มให้เขานะ คอยหาโน้นหานี่ให้ หิวไหมอะไรทุกอย่าง ตอนนี้เขาโตแล้ว บางทีเดย์อาจจะทำงานติดต่อกันนอกเวลา แล้วง่วงหลับไปเขาก็จะคอยมาปรับพัดลมให้ ห่มผ้าให้ คอยเตรียมอาหารเอาไว้ให้เผื่อเราตื่นขึ้นมาแล้วจะหิว เหมือนกับสิ่งที่เราทำ นั่นคือความผูกพันธ์สิ่งที่เราทำให้เขา เขาก็ทำให้เรากลับ
ตั้งแต่วันที่มีลูก เราเคยมองไหมว่าจะเป็นแม่แบบไหน ?
เดย์ ฟรีแมน : เราต้องศึกษา ดูตัวอย่างรอบๆ ตัว เราไม่มีมาตราฐานที่เป็นเส้นว่าต้องเป็นแบบนี้ มันเป็นไปไม่ได้ เหมือนกันกับลูกของเราจะไปขีดมาตราฐานให้เขา อย่างเธอจะต้องเป็นหมอ มันไประบุให้เขาไม่ได้ไง ชีวิตเป็นของเขา เราแค่เลี้ยงให้เขาเติบโตขึ้นไป จิตใจกับสมองเป็นของเขาเอง แล้วตัดสินใจกับชีวิตของเขาเอง เราไม่ได้เลี้ยงเพื่อให้กลับมาทดแทนบุญคุณ ให้เป็นเด็กดี ให้เป็นเยาวชนดีเด่น ไม่ใช่ เป็นตัวเขานั่นแหล่ะ แต่มอบสิ่งดีๆ ที่สุดให้เขาแล้ว เท่าที่เรามี แต่จะเป็นอะไรนั่นเป็นทางเดินของเขา
ที่มา Woody FM