ชีวิตรักของอิงฟ้าเป็นอย่างไร ?
อิงฟ้า : เคยคบมาหลากหลายเพศมากๆ เคยคบทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ทอม เคยผ่านมาแล้ว เราจะเห็นข้อดีข้อเสียต่างกัน เสน่ห์ของแต่ละเพศต่างกัน ซึ่งจริงๆ แล้วหนูมองว่าความรักจะออกมาดีไม่ดีไม่ได้อยู่ที่เพศเลย อยู่ที่คน 2 คนจะสร้างมันยังไงมากกว่า ความรักของหนูแทบจะไม่สมหวังเลยไม่รู้เป็นอะไร เวลาคบใครสักคนจะดูที่ความสบายใจและสำคัญสุดคือความเสมอต้นเสมอปลาย ยิ่งกว่าคลับฟรายเดย์อีกขนาดไม่คบคนที่หน้าตาแล้วนะ เจอโมเม้นต์แบบการทำร้ายร่างกายก็มี เป็น 2 คนในร่างเดียวเหมือนเราไม่เคยรู้จักเขามาก่อน คบเกือบ 4 ปี เพราะรักเลยให้อภัย เขาง้อนิดเดียวก็หายแล้ว คิดว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเราได้เพราะให้โอกาส แต่มันก็ไม่ใช่ บ้างคนมองว่าความรักอิงฟ้าต้องดีใครจะไปกล้านอกใจ คือจริงๆ ฉันผ่านมาหมดแล้ว ตอนนี้โสดทำงานอย่างเดียวเลยค่ะ เวลาจะคุยกับคุณแม่ยังไม่มีเลย ล่าสุดมีแฟนก็คือก่อนเข้ากองประกวด 6-7 เดือน
คู่จิ้นหรือคู่จริง ?
อิงฟ้า : กับชาล็อตเราว่าก็น่ารักดีนะ ตอนนี้มีแต่เรื่องให้เครียดเศรษฐกิจเต็มไปหมด ถ้าอะไรทำแล้วมีความสุขทำเลย แล้วเราก็มีโอกาสได้คุณกับน้องชาล็อตว่าหนูอึดอัดหรือเปล่ากับกระแสจิ้นที่มันเกิดขึ้น น้องโอเคมาก เราธรรมชาติกันมากเลย เพราะฉะนั้นโมเม้นต์ที่เกิดขึ้นของเรา 2 คนธรรมชาติหมดเลย เราไม่ได้ทำตามใจแฟนคลับ จิ้นได้แต่ต้องมีสติด้วย เพราะเรา 2 คนอยู่ในโหมดของการทำงานอยู่ แต่ในอนาคตก็ไม่แน่หลังจากที่ผ่านล่วงเลยไปแล้วเสร็จหน้าที่ตำแหน่งนี้ไป
เริ่มทำงานตั้งแต่เด็กเลย ?
อิงฟ้า : ใช่ค่ะ ต้องบอกว่าครอบครัวหนูจน จนเพราะว่าเหมือนตากับยายไม่ยอมรับคุณพ่อเพราะเขาเจ้าชู้ พ่อกับแม่เลยต้องออกมาใช้ชีวิตกันเอง โดยที่ไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรให้สักอย่าง เราไม่มีข้าวกินกัน ตอนนั้นอยู่ที่สุพรรณจำได้เลย อยู่กัน 4 คนแล้วห้องเล็กมาก ต้องยอมรับคุณพ่อคุณแม่ที่เขาไม่เคยทำให้เรารู้สึกเหนื่อยเลยตั้งแต่เด็ก
คุณพ่อจากไปเมื่อไหร่ครับ ?
อิงฟ้า : ตอนหนูอายุ 18 คุณพ่ออายุ 43 คิดถึงพ่อค่ะ ตอนนี้เป็นความคิดถึงที่สวยงามมาก คือเมื่อก่อนเป็นความคิดถึงที่ทรมานใจมาก อยู่ด้วยกัน พอวันหนึ่งที่เขาหายไป หายไปไหนก็ไม่รู้ เราก็เคว้งแบบไม่รู้จะไปยังไงต่อ มันจะเป็นยังไงต่อ มันใจจะขาดจริงๆ เด็กคนหนึ่งเหมือนของขวัญชิ้นใหญ่มันหายไปเป็นฟิลแบบอยู่ไม่ได้ ประมาณ 5 ปีแรกก็ยัง Move On ไม่ได้อยู่ดี พอโตขึ้นเริ่มทำงานเลยรู้สึกว่า เราท้อใจแล้วมองไปบนฟ้า เขาคงอยู่บนโน้น เขาสบายแล้วเหลือแต่เราที่ยังต้องเหนื่อย แล้วคิดว่าเขาภูมิใจใน ณ ตอนนี้ ก่อนที่จะเสียเขาพูดกับหนูว่า พ่อเชื่อว่าหนูเป็นคนเก่งดูแลแม่ได้
มีอะไรที่เราเสียดายอยากทำให้พ่อไหม ?
อิงฟ้า : เยอะค่ะ อยากพาเขาไปเที่ยว ตั้งแต่เด็กคือเราเห็นว่าเขาลำบากเราทำงานกันหนักจริงๆ ชีวิตระหกระเหินสุดๆ คือไม่เคยอยู่จังหวัดไหนเกิน 3 ปี ย้ายตลอด ชีวิตยิ่งกว่าคลื่นทะเล อยากให้เขาได้เที่ยว ได้พักผ่อน แต่ไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้เพราะตอนนั้นเราไม่มีเงิน ตอนที่ได้มงกุฎนึกถึงพ่อมากๆ คิดว่าถ้าเขายังอยู่คงกระโดดน่าดู ปกติเวลาหนูร้องเพลงพ่อจะอยู่ข้างๆ เวทีตลอด แต่ประกวดตอนเด็กไม่เคยชนะเลย ในช่วงเวลาที่ไม่ชนะเขาจะบอกกับหนูตลอดว่าเก่งมาก เขาจะคอยหาข้อดีแต่ละครั้งของหนู ให้เรามีกำลังใจในงานหน้าจะทำให้ดีกว่านี้ แล้วพอเรามาประกวดนางงามหันไปข้างเวทีมันไม่มี (ร้องไห้)
จาก อิงฟ้า ฝากถึงทุกคน ?
อิงฟ้า : ในเรื่องของคุณค่าของตัวเอง ไม่มีใครสามารถที่จะบอกได้เลยว่าเธอต้องทำแบบนี้ นอกจากตัวคุณเอง ชีวิตต้องมีเป้าหมายว่าคุณจะทำอะไรในวันพรุ่งนี้ ไม่ต้องตั้งถึงอนาคตข้างหน้า สิ่งที่ทำต้องไม่เดือดร้อนคนอื่นและสังคม ไม่ทำให้ครอบครัวเสียใจ อยากทำอะไรทำเลย มีความฝันก็ทำ ผลักดันตัวเองออกไปให้ถึง กว่าจะประสบความสำเร็จแบบหนูล้มลุกคลุกคลานมาเยอะ ไม่คิดว่าตัวเองจะสำเร็จตอนอายุ 27 เพราะจะคิดเสมอเลยว่าความสำเร็จเหมือนขั้นบันได คุณต้องผ่านการล้มลุกคลุกคลานต้องมีอุปสรรค มีปัญหาเป็นขั้นๆ อยู่แล้ว เพื่อเป็นบททดสอบให้คุณแกร่ง ไม่มีใครที่ชีวิตเรียบง่ายแล้วไปถึงได้เลย เป็นกำลังใจให้สำหรับคนที่รู้สึกท้อแท้ไม่มีกำลังใจ ไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง ไม่มีใครเห็นได้ถ้าเกิดคุณไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง ใครไม่เห็นไม่เป็นไรแต่เราเห็น ให้กำลังใจตัวเองเยอะๆ รักตัวเองเยอะๆ ค่ะ
ที่มา Woody FM