ย้อนกลับไปในปีของ น้องพรฟ้า เองได้เจอเขาทำงานหรือได้ร่วมทำงานกับเขาหรือเปล่า
พรฟ้า : ได้เจอค่ะ แต่ว่าก็จะได้เจอผ่านๆเพราะว่าพี่คนนี้เพิ่งจะเข้ามาทำงานของกองเต็มตัวเพิ่งจะมาปีนี้กับทีมของปีที่แล้ว พรฟ้า ก็จะได้เจอเขาแบบผ่านๆมากกว่าไม่ได้แบบมาคลุกคลีแบบนี้
แล้วตอนนี้สภาพจิตใจน้องน้องเป็นยังไงบ้างเท่าที่คุย
พรฟ้า : เท่าที่คุยนะคะ ตอนที่ พรฟ้า ได้คุยกับน้องๆเขาก็รู้สึกว่ามันก็เป็นเชฟโซนของตัวนางงามมากกว่า ว่าหนูมากองประกวดมันก็ควรมีความสบายใจแต่ทำไมมันต้องแบบนี้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น อย่างที่บอกค่ะ แม่ปุ้ย ไม่ได้นิ่งนอนใจเลย
ตอนนี้มีผู้เสียหายที่มีตัวตนยืนยันทั้งหมดกี่คนแล้วสำหรับน้องๆ
พรฟ้า : ยังระบุไม่ได้ เพราะว่าเดี๋ยวมันจะเสียรูปคดีความของ ทนายนิด้า ด้วยแล้วอีกอย่างหนึ่งคือ มีคนที่พร้อมจะเปิดเผยและไม่พร้อมที่จะเปิดเผยยังระบุจำนวนที่แน่นอนไม่ได้ค่ะ แต่ที่แน่ๆคือ หลักฐานทุกอย่าง แม่ปุ้ย รับทราบแล้วก็ทนายนิด้า ได้เก็บไว้หมดแล้ว ซึ่งอย่างที่บอกไปเบื้องต้นคือ ถ้าเห็นชัดเจนเลยเราเห็นว่าคือความใกล้ชิดระดับหนึ่งซึ่งบางทีความใกล้นี้มันมีการตีความหลายอย่าง
พรฟ้า เองเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีก็จะไม่ได้ตีความไปในทางแง่ร้ายเลย ดังนั้นความใกล้ชิดที่มันเกิดขึ้นเราจะสอนน้องๆตลอดว่าเราต้องระวังตัวเองนะ ใกล้ชิดได้แต่อะไรที่มันเกินเลย เกินเส้น เกินขอบเขตหนูต้องรู้จักการที่เอาตัวรอดมาก่อนกับสถานการณ์นั้นๆหรือถ้ามีการจับมือ จับแขน โอบไหล่ ถ้าหนุรู้สึกไม่โอเคหนูต้องออกมาเพราะว่าถ้าตัว พรฟ้า อยู่ระยะไกลเราไม่สามารถเข้าไปปกป้องเขาได้ทันที และอีกอย่างเพราะเราไม่รู้ว่าขั้นตอนการทำงานตรงนั้นเป็นอย่างไร อย่างที่บอกเราคือดูภาพรวมทั้งหมด
ถ้าน้องไม่สบายใจเราจะได้รับข่าวจากพี่เลี้ยงทันทีค่ะ ซึ่งเหตุการณ์นี้มันไม่ควรเกิดขึ้นเลยแม้ว่าจะที่ไหน หรือ กับใครสักคนเพราะว่าถ้ารู้สึกว่าใจเขาใจเราถ้าคุณโดนอย่างนี้คุณจะรู้สึกอย่างไร ดังนั้นเรื่องแบบนี้นิ่งนอนใจไม่ได้ค่ะ เราก็ต้องจัดการตามกระบวนการของกฎหมายไปบ้าน MUT ต้องเป็นบ้านที่ปลอดภัย
ที่มา รายการ แซะ CHANGE2561