ถาม เรามีความลังเลไหมเพราะงานกำลังรุ่ง เราคิดไหมจะเบรคเรียน แล้วรับงาน เรียนรอได้แต่งานรอไม่ได้
เจ มณฑล : ผมรู้สึกว่าอยู่ที่นี่ มันเหมือนเหตุการณ์หลายๆอย่างบังคับด้วย เรารู้สึกว่างานที่เราทำเกี่ยวกับหน้าตา หรือ อะไรเรารู้สึกว่าทำได้ไม่นาน 10 ปี อย่างมาก เราเลยเลือกที่ว่าจะไปเรียนในสิ่งที่เราสนใจดีกว่า เผื่อเรากลับมาทำงานในด้านอื่นได้ ซึ่งตอนนี้เราก็ได้นำสิ่งที่เราเรียนมากลับมาทำงานอยู่ด้วย ผมมีความสนใจในด้านการสร้างเพลง ทำดนตรี นั่นคือ สิ่งที่ผมทำอยู่ในตอนนี้
ถาม เราเคยรู้สึกว่าตัวเราเอง ติสท์ ไหม
เจ มณฑล : รู้ครับ รู้เพราะว่าตัวเองถ้าโดนบังคับอะไรที่ไม่ชอบจริงๆมันจะทำไม่ได้นาน แล้วมันจะอึดอัดมากๆ นอกจากเราจะฝึกตัวเองถ้าไม่มีทางที่จะเลือกแล้วเราก็จะทำ แต่ถ้ามันมีโอกาสที่ทำอย่างอื่น เราลองไปหาความสามารถมาทำงานในด้านอื่นก็ได้เราก็จะเลือกในสิ่งที่เรารู้สึกว่ามันความสุขในสิ่งที่เราทำเราก็จะเลือกสิ่งนี้ เราไม่รู้ว่าที่เราเป็นแบบนี้เราเป็น อาร์ตติส หรือเปล่า แต่ผมจะ เซนซิทีฟ มากกับการที่เราบังคับให้ตัวเราเองทำ หรือ คนอื่นมาบังคับให้เราทำบางอย่าง ผมรู้ตั้งแต่ตอนที่ผมไปฝึกงาน ไปทำงานแบบในออฟฟิศคือ ผมทำไม่ได้เพราะงานจะออกมาไม่ดีเท่านั้นเอง
ถาม ขอย้อนกลับไปเรื่องความ ติสท์ ทีละอย่าง อย่างตอนไปเรียนที่ต่างประเทศ เพราะเขาไม่มีกฎระเบียบว่าเราต้องแต่ตัวตามระเบียบ สามารถฟรีสไตล์ ได้เราเลยไปเรียน
เจ มณฑล : ตอนที่ผมเรียนที่เมืองไทย ที่โรงเรียนอินเตอร์ตอนนั้น เขาก็ฟรีสไตล์ (แต่เขาก็มีเครื่องแบบ) พอไปเรียนตอนแรกผมก็รู้สึกดีใส่อะไรก็ได้ เสื้อผ้าของเราคือ ฟรีสไตล์ แต่พอไปสักพัก เราเริ่มรู้สึกว่า พรุ่งนี้ เราจะใส่อะไร มันเป็นอะไรที่เราไม่อยากคิดถึง งานถ่ายแบบมีชุดมีอะไรให้เราเปลี่ยนใส่ตลอดเวลา แต่พอเรามาอยู่มหาวิทยาลัย เราก็เริ่มรู้สึกว่าเรื่องเสื้อผ้าคือ ปัญหาเพราะว่าเราอยากใส่เสื้อผ้า แบบสบายๆ พอเรากลับมาถ่ายละครที่เมืองไทย เราก็ไปสั่งตัดเสื้อชุดหนึ่งก็สั่งตัดไปเลย 7 ชุดให้มันเหมือนกันเลย ออกแบบเองด้วยตอนนั้น เป็นเชิ้ต เนไท แล้วก็เป็นกางเกงสแล็ค เอาไปใส่ที่เรียนเพื่อนๆก็จะงงๆ เพราะเห็นชุดที่เราใส่คือ เหมือนเดิม ใส่ชุดที่เราตัดไปอยู่ 4 ปี หลังจากจบก็ทิ้งชุดนั้นไปเลยไม่ได้เอากลับมาใส่อีกแล้วครับ
ถาม อัพเดทแฟชั่นตอนนี้ ของ เจ มณฑล คือ เป็นแบบไหน
เจ มณฑล : คือ ผมไปอ่านหนังสือ แล้วมันมีโปรเจค 3 ฤดู คือ สาม สาม สาม คือ 1 ฤดู เราจะใช้เสื้อ ผ้า รองเท้า ทุกอย่าง คือ ทั้งหมด 33 ชิ้น คือ ถ้าเราจะซื้อชิ้นใหม่เข้ามาเราก็เก็บของเก่าที่เรามีอยู่เก็บเข้าไปแล้วรวบรวมให้ครบทั้งหมด 33 ชิ้น และอย่างเรารู้สึกว่าชิ้นไหนที่เราไม่ได้ใช้แน่ๆล่ะ เราก็นพชิ้นนั้นไปบริจาค มันก็เป็นการใช้ชีวิตแบบมินิมอล นิดๆ
ถาม สีเสื้อผ้าที่ใส่ คือ สีดำ หมดเลยเพราะว่า
เจ มณฑล : ผมว่ามันง่ายดี แล้วคือ มันสามารถใส่ได้ทุกงาน เข้ากับสีผมของผมสีดำ ถ้าไปงานที่ต้องไปงานที่ต้องมีสีสันเราก็จะถามงานว่าเอาสีที่ตามคอนเซ็ปท์ของงานมาผูก หรือ ติดตามตัวได้ไหม ถ้าเขาบอกว่าไม่ได้จริงๆผมก็จะบอกว่าไม่ได้เหมือนกัน แต่บางทีก็ได้อย่างไปงานแต่ง เราก็จะมีเสื้อเชิ้ตสีขาว