เป้าหมายสำคัญของกระทรวง อว. จากนี้ คือการสนับสนุนให้ประเทศไทยมีเทคโนโลยีที่เป็นของตัวเอง โดยใช้ความหลากหลายและเอกลักษณ์ของผลไม้ไทยเป็นสารตั้งต้นในการพัฒนา โดย ศ.ดร.ยศชนัน ได้เน้นย้ำถึงความสำเร็จและแนวทางการพัฒนางานวิจัยที่สำคัญ ดังนี้
- ยกระดับล้งยุคใหม่ด้วย AI - ภาคเอกชนไทยได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยตรวจสอบความสุกและคัดแยกกลุ่มน้ำหนักทุเรียนได้อย่างแม่นยำ พร้อมทั้งมีโรงงานแปรรูปมาตรฐานสากล ทั้งระบบ Freeze-Dried และการทอดระบบสูญญากาศ
- เทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อการส่งออก - การใช้รังสีเอกซ์ (X-ray) ในปริมาณที่ปลอดภัยเพื่อยืดอายุการเก็บรักษา ชะลอความสุก และกำจัดศัตรูพืชกักกัน ทำให้ผลไม้ไทยผ่านมาตรฐานที่เข้มงวดของสหรัฐอเมริกาหรือจีนได้ง่ายขึ้น รวมถึงความสำเร็จในการใช้รังสีแกมมาทำหมันแมลงวันผลไม้ นำร่องในจันทบุรีมากว่า 20 ปี ช่วยลดการใช้สารเคมีและลดต้นทุนให้เกษตรกร
- นวัตกรรมตรวจสอบคุณภาพแบบไม่ทำลายเนื้อ - การใช้คลื่นความถี่ตรวจสอบทุเรียนอ่อน-แก่ คำนวณน้ำหนักเนื้อและความชื้นได้อย่างแม่นยำ ยกระดับจากการใช้ ‘ไม้เคาะ’ สู่มาตรฐานวิทยาศาสตร์ที่สากลยอมรับ และกำลังต่อยอดไปสู่ผลไม้ชนิดอื่น ควบคู่กับงานวิจัยเชิงรุกเพื่อป้องกันโรครากเน่าโคนเน่าในสวนทุเรียน
- สร้างเม็ดเงินใหม่ด้วยเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) - สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) และเครือข่ายมหาวิทยาลัย สามารถสกัดเซลลูโลสและเส้นใยคุณภาพสูงจาก "เปลือกทุเรียน" ที่เคยเป็นขยะเหลือทิ้ง พัฒนาเป็นเยื่อกระดาษเกรดพรีเมียม บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก และแผ่นวัสดุคอมโพสิตสำหรับเฟอร์นิเจอร์อีโค่ ช่วยลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ได้อย่างดีเยี่ยม
- การแปรรูปขั้นสูง - ต่อยอดเนื้อทุเรียนสู่นวัตกรรมเครื่องดื่ม ทั้งน้ำทุเรียนพร้อมดื่มและทุเรียนผงชงดื่ม ที่ยังคงกลิ่นรสเป็นเอกลักษณ์และมีรสชาติที่นุ่มนวลลงตัว
"วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ผมมองเห็นโอกาสอย่างชัดเจน การนำวิทยาศาสตร์เข้ามาผนวกกับต้นทุนทรัพยากรที่เรามี จะไม่เพียงแค่ทำให้ทุเรียนมีมูลค่าสูงขึ้น แต่จะช่วยยกระดับชีวิตของเกษตรกร และขับเคลื่อนให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นเมืองหลวงแห่งผลไม้นวัตกรรมได้อย่างยั่งยืน"
ด้าน นายธวัชชัย นามสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ระบุว่า จันทบุรีมีผลผลิตผลไม้มากกว่า 800,000 ตันต่อปี และเป็นศูนย์กลางรวบรวม-กระจายสินค้าผลไม้สำคัญของประเทศ การนำเทคโนโลยีมาใช้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การผลิต คัดแยก แปรรูป ไปจนถึงการขนส่ง มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ในโอกาสนี้ คณะของกระทรวง อว. ยังได้เยี่ยมชม “ห้องเย็นเกาฟง” ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการแปรรูปและแช่แข็งทุเรียนด้วยเทคโนโลยีไนโตรเจนเหลว (Liquid Nitrogen) เพื่อรักษาคุณภาพและรสชาติของสินค้า พร้อมระบบจัดเก็บและขนส่งแบบควบคุมอุณหภูมิที่ได้มาตรฐานสากล รองรับการขยายตัวของตลาดผลไม้ไทยในเวทีโลกได้อย่างเต็มศักยภาพ