โดย นุ้ย เชิญยิ้ม ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตอนนี้ตนก็เข้าใจว่าเพลงของตนออกอากาศไม่ได้แล้ว แต่เพลงนี้ มีการสอดแทรกคติธรรมในตอนท้าย และมุมมองต่อเพลงก็แตกต่างกัน ตนไม่ได้ต้องการทำลายศาสนาพุทธ เพลงเก่าของตนก็เป็นเพลงที่เสียดสี สอดแทรกข้อคิด แค่ต้องอยู่กับมันให้ได้ เพราะมันคือความจริง พระไม่ดีก็มี พระดี ๆ ก็มาก ตนไม่อยากเอาปลาเน่าไปรวมกับปลาดี ถ้าจะถอดเพลงของตนก็ไม่เป็นไร
ล่าสุดรายการ เรื่องลับมาก (NO CENSOR) ออกอากาศทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 พิธีกรสาวมากความสามารถ บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้พาไปล้วงลึกถึงประเด็นดังกล่าว
ที่มาเพลงนะโม ความตั้งใจแรกคืออะไร?
"เพลงนี้ผมไม่ได้แต่งเองครับ หลวงพ่อก็ไม่ได้แต่งเอง ไปได้มาจากอาจารย์ลิเกท่านหนึ่ง มีเพลงอะไรดังๆ เขาก็เอามาแปลง วันนั้นท่านได้รับบทเป็นพระลิเก พระตลก ก็แต่งเพลงนี้ขึ้นมา แต่ร้องในคณะลิเก ไม่ได้เผยแพร่ที่ไหน ผมก็เลยถามท่านและขอ เอามาดูเนื้อแรงไปนิดนึง เนื้อเต็มแรงกว่านี้ครับ ออกอากาศไม่ได้ เอามาปรับเปลี่ยนบิดซะใหม่ ท่อนสุดท้ายก็สอดแทรกให้คนไปบวชจริงๆ ประพฤติปฏิบัติยังไง ถ้าละกิเลสไม่ได้ก็อย่าไปบวชให้เสียผ้าเหลือง"
ตอนไปซื้อเนื้อ ซื้อมาเลย?
"ผมตั้งใจอยู่แล้ว อยากได้เพลงนี้ ขอฟังเนื้อเต็มๆ หน่อย ท่านก็ส่งมาให้ เราก็สามารถปรับเปลี่ยนได้ ให้ออกอากาศได้"
จ่ายเงินซื้อลิขสิทธิ์เรียบร้อย?
"จริงๆ ท่านก็ไม่เอาหรอก แต่คนเราทำอะไรลิขสิทธิ์ทางปัญญา ก็ให้เกียรติท่านและเคารพนับถือท่าน ก็ให้ท่านเก็บไว้ใช้ ก็ไม่ได้เซ็นอะไรมากมาย เหมือนให้พ่อ ให้ญาติผู้ใหญ่ใช้"
เนื้อที่บอกว่าแรง แรงขนาดไหน?
"อันที่ตัดออก พูดได้เหรอ (หัวเราะ) มีเรื่องพระกับโยมจึกๆๆ ก็เอาออก ทิ้งหมดเลย เพราะมันออกอากาศไม่ได้ เราฟังเองมันก็แรง"
รู้สึกยังไง พอเพลงออกมาถูกต่อต้านหนัก?
"อาจไปทำร้าย หรือมีอคติทางจิต ที่เขาบอกมา จริงๆ ผมไม่ได้ตั้งใจลบหลู่ศาสนา ผมกราบพระ สวดมนต์ก่อนนอนทุกวัน แต่ในเพลงที่บอกไป คือเตือนพระที่ไม่ดี"
ถ้าฟังจบเพลง จะรู้ว่าความตั้งใจจริงคืออะไร?
"ครับ ต้องการเตือนคนที่กำลังจะไปบวชหรือคนที่กำลังบวชอยู่ ก็อยากให้ฟังให้จบเพลงก่อน บางคนบอกเอานะโมมาทำเสียหมด เอามาเต้น ทำสนุกสนาน ก็เหมือนหลวงพ่อที่เทศน์ต่อหน้า เขาเรียกญาติโยมให้ฟัง สะดุดหู เอ๊ะ ร้องอะไร ทำอะไร แล้วก็เข้าธรรมะสอดแทรก ต้องทำอะไรให้สะดุดหูก่อน ตอนท้ายก็ อ๋อ เป็นแบบนี้"