ทั้ง 2 ฝ่ายนัดสื่อมวลชนในวันแลเวลาเดียวกันแต่คนละสถานที่ โดยใจความหลักที่ดูเหมือนว่าจะเป็นต้นตอของวิวาทะก็คือ การเป็นหุ้นส่วนหรือ แค่ พรีเซ็นเตอร์
โดยการชี้แจงเมื่อวานนี้ฝั่ง ปู ไปรยา โดยนายวรสิษฐ์ นิติยวาณิชย์ ทนายความของ ปู ยืนยันว่า ปูไม่ได้เป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นเพียงพรีเซนเตอร์ มีการอนุญาตให้ใช้สิทธิ มีการแบ่งเปอร์เซ็นต์ มีการให้เงินค่าใช้สิทธิจริง แต่ปูไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้นและไม่ได้เป็นกรรมการของบริษัทแต่อย่างใด คำว่าบอสไม่ได้หมายความว่าเป็นเจ้าของกิจการ เป็นเพียงไดอะล็อกเพื่อการสร้างแรงจูงใจในระบบการขายตรง การกำหนดแผนโฆษณาต้องทำตามผู้ประกอบการในแต่ละขั้นตอน บอสในสัญญากับความเข้าใจไม่ตรงกัน
ส่วนเรื่องการบอกเลิกสัญญานั้นฝั่ง ทนายของปูก็ยืนยันว่าฝั่งปูเป็นคน ขอบอกเลิกสัญญา โดยตนได้ส่งหนังสือไปที่บริษัท เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2561 ซึ่งปูได้บอกเลิกสัญญาก่อน แต่ภายหลังบริษัทคู่กรณีก็ได้ส่งหนังสือขอยกเลิกสัญญามาเช่นกัน และสุดท้ายเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2561 ตนจึงได้ทำหนังสือชี้แจงค่าเสียหายกลับไป และไม่ได้มีการฟ้องร้องใดๆ
และในเวลาไล่เลี่ยกัน มะตูม หลังเสร็จงานอิเวนท์ ก็รีบออกมาตอบคำถามสื่อมวลชนโดยมะตูมได้บอกว่า เรื่องของสัญญาและข้อกฏหมายนั้นพูดไม่ได้มาก แต่เรื่องความเป็นหุ้นส่วน มะตูมยืนยันเช่นเดียวกับต้นหอมก่อนหน้านี้ว่า ปู เป็น บอส และหุ้นส่วนจริงๆ
นอกจากนี้ มะตูมยังบอกว่า ไม่เคยเห็นเอกสารที่ฝั่งของปูไปรยา แต่ฝั่งของออฟฟิศได้ส่งหนังสือปลดไปตั้งแต่ปีที่แล้ว เพราะฉนั้นรอฟังคำตัดสินจากศาล น่าจะดีที่สุด
นอกจากนี้ ยังมีชาวเน็ตไปขุดค้นถึงคลิปที่ฝั่ง ปู ไปรยา เคย พูดไว้เมื่อปี 2018 อีกด้วย