ขณะที่คะแนนโหวตจากทั่วโลก ปรากฏว่า นิโคลีน จากไทย ได้คะแนนโหวตสูงสุด ตามด้วยเม็กซิโก และยูกันดา
โดยในประวัติศาสตร์การเข้าร่วมประกวดเวทีนี้ของสาวไทยที่ผ่านมา 33ปี ถือว่า นิโคลีน เป็นสาวไทยที่เข้าใกล้มงกุฎมิสเวิล์ดมากที่สุด และเป็นสาวไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ได้ตำแหน่งรอง จากเวทีนางงามระดับโลกเวทีนี้
โดยตลอดการเก็บตัว นิโคลีนทำผลงานได้ดี และเป็นหนึ่งในผู้เข้าประกวดที่มีความโดดเด่นที่สุด และในช่วงการแสดงเต้นรำประจำทวีปบนเวที นิโคลีน ในชุดไทยตะเบงมาน ก็เป็นผู้รับหน้าที่แสดงการโบกธง มิสเวิลด์ 2018 อยู่ด้านหน้าของสาวงาม 118 ประเทศเลยทีเดียว
โดยนิโคลีน ถูกประกาศให้เข้ารอบ 30 คนสุดท้าย มาตั้งแต่ก่อนการประกวดจะเริ่มขึ้นด้วยซ้ำ จากการเก็บคะแนนพิเศษต่างๆ ซึ่ง นิโคลีน เข้ารอบจากการกล่าวปาฐกถา นำเสนอโครงการ Beauty with a purpose
โดยสาวงามที่เข้ารอบ 12 คน ก็แบ่งเป็นทวีปและภูมิภาค เริ่มจากทวีิปยุโรป ได้แก่ เบลารุส ฝรั่งเศส สกอตแลนด์ จากแถบแคริบเบียน ได้แก่ จาเมกา มาร์ตินีก ทวีปอเมริกา ได้แก่ เม็กซิโก ปานามา ทวีปแอฟริกา ได้แก่ มอริเชียส ยูกันดา ปิดท้าย ทวีปเอเชียและโอเชียเนีย คัดเหลือ 3 จาก 10 คน ได้แก่ เนปาล นิวซีแลนด์ และไทย
จากนั้นเป็นการประกาศตำแหน่งนางงามประจำทวีปเพื่อเข้ารอบ 5 คนสุดท้าย เริ่มจากยุโรป คือ มิสเบราลุส ตามด้วยตำแหน่ง มิสเวิลด์ แคริบเบียน ได้แก่ จาเมกา ส่วนทวีปอเมริกา ตกเป็นของเม็กซิโก และทวีปแอฟริกา ได้แก่ ยูกันดา ปิดท้ายด้วยทวีปเอเชีย เป็น นิโคลีน สาวงามจากประเทศไทย
ส่วนการสัมภาษณ์ 5 คนสุดท้าย นิโคลีนได้คำถามว่า การเป็นมิสเวิลด์เป็นเกียรติแต่ก็เป็นงานหนักด้วย จะหาความแข็งแกร่งจากที่ใด นิโคลตอบว่า คือ passion (ความหลงใหล) แรงบันดาลใจนี้เธอได้จากน้องชายที่เป็นออทิสติก และนำแรงบันดาลใจนั้นไปช่วยคนอื่น เมื่อเรารักในงานที่ทำ และทำในงานที่ทำ เราก็จะมีความแข็งแกร่งในการทำงานช่วยสังคม และเปลี่ยนแปลงโลกไปในทางที่ดีขึ้น