การถวายพระเพลิงพระบรมศพแต่ครั้งโบราณ จัดเป็นงานใหญ่ มีมหรสพสมโภชสืบทอดกันมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา เพื่อให้ประชาชนชม และถือว่าเป็นงานออกทุกข์ในเวลาเดียวกัน ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 9 ในการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มีการรื้อฟื้นการประโคมย่ำยาม และการมหรสพ เนื่องจากทรงเห็นว่า เพื่อไม่ให้บรรยากาศเงียบเหงาเหมือนครั้งพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีพระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 7 ทั้งยังเป็นการรักษาโบราณราชประเพณีไว้ด้วยบัลเล่ต์ มโนห์รา เป็นส่วนหนึ่งของมหรสพสมโภชถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อยู่ในเวทีที่3 การแสดงดนตรีสากล ที่มีการบรรเลงและขับร้องเพลงพระราชนิพนธ์ เพลงเทิดพระเกียรติ และบทเพลงถวายอาลัยตัวละครเอกจากวรรณกรรมไทยอันเลื่องชื่อ นางมโนราห์และพระสุธนปรากฏตัวด้วยชุดสีทอง นอกจากนี้ยังได้ออกแบบชุดผู้แสดงเพิ่มเติมใหม่ ทั้งหมด 89 คน อย่างเช่น หญ้าแฝก สะท้อนแนวคิดตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และชุดกระโปรงสีเหลืองอร่าม เป็นตัวแทนของดอกดาวเรือง แสดงถึงความจงรักภักดีที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เหล่านางกินรีมีขนนกที่ศีรษะและหาง ตกแต่งด้วยเครื่องประดับสีเงิน เครื่องแต่งกายของตัวละคร ถูกตัดเย็บอย่างประณีต ทั้งหมด 18 ชุดการแสดง ทั้งหมดนำมาแสดงประกอบ 5 บทเพลงพระราชนิพนธ์ บรรเลงโดยวงดุริยางค์สากล การแสดงบัลเลต์มโนราห์ เป็นหนึ่งในมหรสพเพื่อรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงเป็นผู้อำนวยการสร้างและทรงกำกับการซ้อมด้วยพระองค์เอง เพื่อเชื่อมนาฏศิลป์ไทยอย่างมโนราห์ กับการเต้นบัลเลต์เข้าด้วยกัน และพระราชทานนามของบทเพลงบัลเลต์นี้ว่า "กินรีสวีท" จัดแสดงเป็นครั้งแรกของโลก เมื่อปี พ.ศ.2505ประเทศไทยการแสดงมหรสพสมโภชเนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ บนเวทีที่ 3 ธ คือ ดวงใจไทยทั่วหล้า ประกอบด้วยการบรรเลงดนตรีสากล และแสดงบัลเลต์ เรื่อง มโนราห์ รวมทั้งหมด 7 องก์ ประกอบด้วยผู้แสดงและผู้ปฏิบัติงานทั้งสิ้น 1,104 คน เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในฐานะองค์อัครศิลปินของแผ่นดินไทยลัพธวิทย์ ประกอบผล ถ่ายภาพกัณฐ์ทัพ เลิศฤทธิเศรษฐ์ รายงาน