บันทึกเป็นภาพประวัติศาสตร์ ที่แสดงถึงความรัก ความผูกพัน อันยิ่งใหญ่ และความอาลัยของประชาชนผู้จงรักภักดี ในการร้องเพลง สรรเสริญพระบารมี ของพสกนิกรไทยทุกคน ที่รวมพลังเปล่งเสียงร้องกึกก้องแผ่นดิน แสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังการเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2559 บรรยากาศการน้อมเกล้าฯ ถวายอาลัย ส่งดวงพระวิญญาณ เสด็จฯ สู่สวรรคาลัย เมื่อวันเสาร์ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2559 เป็นอีกหนึ่งวันที่จะประทับอยู่ในความทรงจำของใครอีกหลายคนไปอีกนานเท่านาน
สำหรับเพลงสรรเสริญพระบารมี เป็นบทเพลงซึ่งบรรเลงเพื่อสรรเสริญพระบารมีแห่งพระมหากษัตริย์ไทย เคยใช้เป็นเพลงชาติของประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2431 - 2475 ภายหลังการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 เพลงสรรเสริญพระบารมีไม่ได้ใช้ในฐานะเพลงชาติอีกต่อไป แต่ยังคงใช้ในฐานะของเพลงถวายความเคารพแด่องค์พระมหากษัตริย์ มีอยู่ช่วงหนึ่งมีการตัดทอนเพลงนี้ให้สั้นลง แต่ได้ยกเลิกการใช้แล้ว
โดยที่การรวมพลังร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีครั้งสำคัญนี้ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล และทีมงาน จัดขึ้นเพื่อบันทึกภาพประวัติศาสตร์ที่แสดงถึงความรักอันยิ่งใหญ่ ความผูกพัน และความอาลัย ของประชาชนผู้จงรักภักดีทุกหมู่เหล่า ก่อนจะจัดทำเป็นภาพยนตร์และวิดีทัศน์สำหรับฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ และสถานีโทรทัศน์ต่างๆ
บรรยากาศทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน วันที่ 22 ตุลาคม 2559 มีพสกนิกรไทยจำนวนมหาศาลเดินทางมารวมพลัง ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ณ ท้องสนามหลวง บรรเลงดนตรีโดย Siam Philharmonic Orchestra ที่มี อ.สมเถา สุจริตกุล เป็นวาทยากร พร้อมด้วยคอรัส
จากนั้นเวลาประมาณ 22.00 น. ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้จุดเทียนสีขาว และร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีดังกึกก้องทั่วบริเวณท้องสนามหลวง ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งน้ำตาพสกนิกรที่ยังคงหลั่งรินด้วยความอาลัยต่อพ่อหลวงของแผ่นดิน
นับว่าเป็นภาพแห่งความทรงจำ แห่งประวัติศาสตร์ ของปวงชนชาติไทย ที่แสดงออกถึงความรักและเทิดทูนพระมหากษัตริย์ผู้เป็นทุกอย่าง เป็นศูนย์รวมจิตใจ และเป็นพ่อหลวงในดวงใจของไทยทุกคน