คอนเสิร์ตครั้งนี้เปิดฉากด้วยโปรดักชั่นตระการตา ทั้งลูกเล่นแสง สี และไฟผ่านจอแอลอีดีรอบเวที ที่เปลี่ยนสลับตามจังหวะเพลงสนุกๆ อย่าง Hitchhiking Married To The Music Why So Serious? และ Juliette ที่หนุ่ม KEY ออกมาโชว์เสต็ปแดนซ์เบรค ก่อนที่ทั้ง 5 คนจะทักทายแฟนคลับ SHINee World (ชายนี่เวิลด์: ชื่อเรียกแฟนคลับอย่างเป็นทางการ) พร้อมออกปากชมว่าพลังความรักของแฟนคลับชาวไทยนั้นร้อนแรงมากๆ แถมยังบอกว่าอาหารไทยอร่อยถูกใจพวกเขาเป็นที่สุด จากนั้นจึงได้ส่งต่อเวทีอันเต็มไปด้วยพลังในเพลงเดบิวต์อย่าง Replay ที่แฟน ๆ ส่งเสียงร้องตามกันทั้งฮอลล์ และเพลงฮิตอีกหลากหลายเพลงที่ได้รับกระแสตอบรับแบบถล่มทลายจากแฟนๆ ทั่วโลกอย่าง Ring Ding Dong , Dream Girl และเพลง Lucifer ที่หนุ่มๆ ออกมาเต้นบนเวที นอกจากนี้ยังมีการแสดงเพลงจากอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ทั้งเพลงเปิดตัว 1 of 1 รวมถึงเพลงคุณภาพอย่าง Prism, Feel Good และ Dont Let Me Go
แทมิน (TAEMIN)
จงฮยอน (JONGHYUN)
คีย์ (KEY)
มิโฮ (MINHO)
โดยอนยู (ONEW)
นอกจากนี้ ยังมีโชว์พิเศษที่ดึงเสน่ห์ และความสามารถเฉพาะตัวของสมาชิกแต่ละคนออกมา อย่างเวทีโซโล่ของหนุ่มแทมินกับเพลงเปิดตัวจากเดบิวต์อัลบั้มญี่ปุ่นของตัวเองอย่างเพลง Goodbye ในเวอร์ชั่นภาษาเกาหลี โชว์ท่าเต้นอันแข็งแรง พลิ้วไหว เต็มไปด้วยอารมณ์ และเวทีดูเอ็ทของจงฮยอนและอนยูที่ออกมาโชว์น้ำเสียงอันไพเราะร่วมกันในเพลงบัลลาดช้าๆ อย่าง Please, Don't Go ก่อนทั้ง 5 หนุ่มจะทำเวทีลุกเป็นไฟอีกครั้งด้วยเพลง View, Ready or Not, SAVIOR และ Everybody พร้อมกับที่แฟนคลับเปลี่ยนบรรยากาศคอนเสิร์ตให้กลายเป็นทะเลสีรุ้งด้วยลูกโป่ง และแท่งไฟ ปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยเพลง So Amazing และ An Encore ตลอดการแสดง 2 ชั่วโมงครึ่งกับ 24 บทเพลง ที่หนุ่มๆ ได้สร้างความประทับใจผ่านดนตรี นับเป็นอีกหนึ่งความทรงจำดีๆ ที่มีร่วมกันระหว่าง SHINee และแฟนๆ ชาวไทยในคอนเสิร์ตปิดท้ายทัวร์ครั้งนี้