นี่คือคำสัญญา จาก อาจารย์สำเริง แดงแนวน้อย อาจารย์ที่ปรึกษา ของสำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร ที่บอกว่า การออกแบบ พระโกศจันทน์ และ พระเมรุมาศ ที่เพื่อใช้ใน พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช จะต้องสวยงามสมพระเกียรติ และไม่เหมมือนกับที่ผ่านๆมา แต่แม้จะ ยากเพียงใด ก็จะทำอย่างสุดฝีมือ
อาจารย์ จิ๋ว ในวัย 78 ปี ยังคงปฎิบัติหน้าที่ตามความถนัดของเค้าอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย อาจารย์จิ๋ว คือพี่ใหญ่ของ น้องๆ ช่างสิบหมู่ ที่มากไปด้วยประสบการณ์ในงานทำงานอันปราณีตวิจิตร ทั้งการทำงานช่างไม้ แกะสลัก ฉลุ ทำลวดลายต่างๆ บนไม้ ก่อนจะไปประกอบร่างเป็นงานชิ้นใหญ่ ที่ใช้ในงานพระราชพิธีสำคัญๆของประเทศ มาแล้ว แม้ อาจารย์จิ๋ว เคยมีโอกาสร่วมเป็นทีมช่างที่ทำงาน ฝีมือในการ เตรียมก่อสร้าง พระโกศ และ ตกแต่งพระเมรุ ราชรถ ราชยานที่ใช้พระบรมศพมาแล้ว ถึง 4 พระองค์ แต่ก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่าวันนี้ จะมาถึงค่ะ "ช่างสิบหมู่" มีปรากฎมาตั้งแต่สมัยโบราณ แต่มาชัดเจนเป็นกรมกองเมื่อสัมยรัชกาลที่ ช่าง 1 คำว่า สิบหมู่นี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นจำนวนสิบ แต่สิบตัวนี้เป็นภาษาบาลีความเดิมเขียนว่า สิปปะ ในสันสกฤตแปลว่า "ศิลปะ" ช่างสิบหมู่คือช่างงานศิลปะ โดยในราชการของหลวงก็ต้องทำของใช้ในส่วนของราชการส่วนพระ ส่วนราชสกุล และบริการแก่ศาสนา บริการแก่ประชาชนจึงต้องมีช่างไว้มากมายหลายประเภท ช่างเหล่านี้ก็มาจากการรวบรวมคนที่มีความสามารถมีฝีมือจากพื้นถิ่นพื้นบ้านเอามาเป็นช่างหลวงรวมไว้ในหมู่ กรมช่างสิบหมู่เดิมก็ถูกรวมเป็นกรมศิลปากรแล้วก็มาเป็นกองหัตถศิลป์ใน สุดท้ายเปลี่ยนเป็นกรมศิลปากร ในปัจจุบัน ตัวของอาจารย์จิ๋วเอง ก็เริ่มต้นมาจากการเป็นช่างไม้ที่ทำงานรับจ้างแถวๆ พรานนก ก่อนจะถูกเรียกตัวมาช่วยงานในพระราชพิธี ถวายพระเพลิง พระศพของ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี และได้สอบเข้าเป็นข้าราชการ สังกัดกรมศิลปากรมาตั้งแต่ปี พศ 2530 และใช้ความถนัด พรสวรรค์ ทางงานช่างทำประโยชน์ให้แผ่นดินมาจนปัจจุบันค่ะ เชื่อว่า หากไม้จันท์หอม และ แบบร่าง ส่งมาถึง อาจารย์จิ๋ว และ ทีมช่างฝีมือ จากสำนักช่างสิบหมู่ก็พร้อมจะเดินหน้าใช้ความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ที่มีกับภารกิจอัน ยิ่งใหญ่ครั้งนี้ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร สังกัด กระทรวงวัฒนธรรม ได้รับมอบหมาย หน้าที่สำคัญ 4 ส่วน ส่วนแรก คือ การจัดสร้าง พระโกศจันทน์ ส่วนที่สอง คือ การประดับตกแต่งพระเมรุมาศ ส่วนที่สามคือ การเตรียมซ่อมบำรุง ราชรถ ราชยาน และ ส่วนที่สี่ คือ การจัดสร้างพระโกศทองคำเพื่อใช้ในการบรรจุ พระบรมอัฐฐิ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช โดยความคืบหน้าล่าสุด การออกแบบ ทั้ง 4 ส่วนทำไปพร้อมๆ กัน คืบหน้าไปถึง 80 เปอร์เซนต์แล้ว เพียงแต่ รอการปรับแก้ไข แต่งเติม เพื่อให้ได้แบบร่างที่สมบูรณ์และ สมพระเกียรติมากที่สุด ก่อนจะมีการแถลงข่าว เปิดตัวแบบ อย่างเป็นทางการอีกครั้ง