ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเอกฉันท์ในการคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 5.25-5.50% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 22 ปี ในการประชุมเมื่อวันที่ 31 ม.ค. ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยเป็นการตรึงอัตราดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นครั้งที่ 4 หลังจากที่เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 11 ครั้ง นับตั้งแต่เดือนมี.ค.2565
โดยเฟดส่งสัญญาณว่ายังไม่มีแผนที่จะปรับลดอัตราดอก เบี้ยลงเหมือนอย่างที่นักลงทุนบางส่วนคาดการณ์ไว้ เนื่อง จากเงินเฟ้อยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมายของเฟด โดยเฟดไม่ได้คาดหวังว่าจะปรับลดช่วงเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น จนกว่าจะมีความเชื่อมั่นมากขึ้นว่าเงินเฟ้อกำลังปรับตัวสู่ระดับ 2% ขณะที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดออกมาย้ำจุดยืนว่า ในการประชุมครั้งต่อไป วันที่ 19-20 มีนาคม จะยังไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรก
ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมน แซคส์ คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในการประชุมวันที่ 30 เม.ย. - 1 พ.ค. แทนที่จะเป็นเดือนมี.ค. และคาดว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยลงรวมกัน 1.25% ตลอดปีนี้ ซึ่งสอดคล้องกับความคิดเห็นของบาร์เคลย์ส ที่คาดว่าเฟดจะปรับลดดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในเดือนพ.ค. แทนเดือนมี.ค. เช่นกัน