เนชั่นทีวี

Business thai

เงินบาทแข็งโป๊ก ! ทุบนิวไฮในรอบ 2 สัปดาห์

30 ม.ค. 2567 | sukanya_san

เงินบาทแข็งโป๊ก ! ทุบนิวไฮในรอบ 2 สัปดาห์

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 35.38 บาทต่อดอลลาร์ “ แข็งค่า” ทุบสถิติใหม่ในรอบ 2 สัปดาห์ หลังดอลลาร์อ่อน -นักลงทุนเทขายทองทำกำไร-รอผลประชุมเฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ย

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 35.38 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นมาก” ทุบสถิติใหม่ในรอบ 2 สัปดาห์  

โดยในช่วงคืนก่อนหน้า ค่าเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง (แกว่งตัวในช่วง 35.38-35.60 บาทต่อดอลลาร์) โดยเงินบาทได้แรงหนุนจากการทยอยอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) ของตลาดการเงินสหรัฐฯ ขณะที่ผู้เล่นในตลาดบางส่วนยังได้ปรับลดสถานะถือครองเงินดอลลาร์ (Long USD) ลงบ้าง ในช่วงก่อนรับรู้ผลการประชุมเฟดในวันพฤหัสฯ นี้

นอกจากนี้เงินบาทยังได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากการรีบาวด์ขึ้นของราคาทองคำ ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วนอาจพิจารณาขายทำกำไรการรีบาวด์ของราคาทองคำออกมาบ้าง และโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าวก็มีส่วนช่วยหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น

ผู้เล่นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) ท่ามกลางความหวังว่า รายงานผลประกอบการของบรรดาหุ้นเทคฯ ใหญ่ที่จะประกาศในสัปดาห์นี้อาจออกมาสดใสและสะท้อนการเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้บรรดาหุ้นเทคฯ ใหญ่ต่างปรับตัวขึ้น อาทิ Microsoft +1.4% (ประกาศผลการดำเนินงานคืนนี้) ทำให้โดยรวมดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวขึ้น +1.12% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.76%

เงินบาทแข็งโป๊ก ! ทุบนิวไฮในรอบ 2 สัปดาห์
ด้าน ตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง +0.21% หนุนโดยมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่คาดว่า ทั้งเฟดและ ECB จะมีโอกาสทยอยลดดอกเบี้ยลงในปีนี้ได้ (ผู้เล่นในตลาดส่วนใหญ่ประเมินการลดดอกเบี้ยครั้งแรกในช่วงไตรมาสที่ 2) ซึ่งมุมมองดังกล่าวยังได้ช่วยหนุนการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของบรรดาหุ้นเทคฯ ใหญ่ ที่ได้รายงานผลประกอบการที่สดใสก่อนหน้า อาทิ SAP +1.3%, ASML +1.0%

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน อาทิ Shell +0.9% ตามการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาน้ำมันดิบในช่วงที่ผ่านมา

 ฝั่งตลาดบอนด์ แม้ว่า ผู้เล่นในตลาดยังคงเชื่อว่า เฟดอาจไม่รีบลดดอกเบี้ยตามที่เคยประเมินไว้ ทว่า ผู้เล่นในตลาดบางส่วนอาจต้องการปรับสถานะถือครองบอนด์ในช่วงก่อนรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ และผลการประชุมเฟด

ทั้งนี้เห็นว่าหากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ได้ออกมาสดใส อย่างในช่วงก่อนหน้า หรือ เฟดมีการส่งสัญญาณพร้อมใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย ก็อาจทำให้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวลดลงได้เร็ว ตามการกลับไปเพิ่มโอกาสการลดดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนมีนาคมอีกครั้งของบรรดาผู้เล่นในตลาด

โดยการปรับสถานะดังกล่าวของผู้เล่นในตลาดก็มีส่วนทำให้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงเล็กน้อย สู่ระดับ 4.08% อย่างไรก็ดี คงแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรรอติดตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพราะจะส่งผลกระทบต่อการปรับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดได้

โดยผู้เล่นในตลาดควรเน้นกลยุทธ์ Buy on Dip โดยพยา ยามคำนึงถึง จุดคุ้มทุน หรือ Break-even เมื่อพิจารณาถึงผลตอบแทนรวม หรือ Total Return ที่จะได้จากการถือครองบอนด์ (บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ตั้งแต่ 4.20% ขึ้นไป ถือว่า มี Risk-Reward ที่น่าสนใจ)

ด้านตลาดค่าเงินนั้น เงินดอลลาร์ผันผวนอ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของผู้เล่นในตลาด และการปรับสถานะถือครองเงินดอลลาร์ในช่วงก่อนรับรู้ผลการประชุมเฟด ทำให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ทยอยปรับตัวลงสู่ระดับ 103.5 จุด (แกว่งตัวในกรอบ 103.4-103.8 จุด)

ส่วนราคาทองคำ จังหวะการย่อตัวลงของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้ช่วยหนุนให้ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน เม.ย.) สามา รถรีบาวด์ขึ้นและทรงตัวแถวโซน 2,030 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ ซึ่งการรีบาวด์ของราคาทองคำดังกล่าว ก็มีส่วนทำให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วนทยอยขายทำกำไรการรีบาวด์ของราคาทองคำออกมาบ้าง และโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าวก็ช่วยหนุนการแข็งค่าของเงินบาทได้

สำหรับวันนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากฝั่งยูโรโซน ทั้ง อัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 ของปีก่อนหน้า รวมถึง รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มนโย บายการเงินของ ECB

ส่วนสหรัฐฯ มองว่า ตลาดจะรอจับตารายงานยอดตำแหน่งงานเปิดรับ (Job Openings) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดย Conference Board อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบายของเฟด

นอกจากนี้ผู้เล่นในตลาดจะติดตามรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะราย งานผลประกอบการของบรรดาบริษัทเทคฯ ใหญ่ ทั้ง Micro soft และ Alphabet โดยในช่วงนี้ รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนยังคงเป็นปัจจัยที่มีผลกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงินได้พอสมควร

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทนั้นแผ่วลงจริง ตามที่ได้ประเมินไว้ (ซึ่งได้ Call Short-term Peak ของเงินบาทแถว 35.80-35.90 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา) ทว่า เงินบาทกลับแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง มากกว่าที่ประเมินไว้ หลังเงินบาทแข็งค่าขึ้นหลุดโซนแนวรับแรกแถว 35.50 บาทต่อดอลลาร์ (ซึ่งจะกลายมาเป็นโซนแนวต้าน)

อย่างไรก็ตาม ในช่วงนี้เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าขึ้นต่อ ทด สอบโซนแนวรับถัดไป 35.20-35.30 บาทต่อดอลลาร์ หากบรรยากาศในตลาดการเงินยังคงอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง ซึ่งต้องรอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดบริษัท เทคฯ ใหญ่ในสหรัฐฯรวมถึงรอลุ้นว่า นักลงทุนต่างชาติจะทยอยกลับเข้ามาซื้อสินทรัพย์ไทยได้ต่อเนื่องหรือไม่

นอกจากนี้ ในช่วงก่อนรับรู้ผลการประชุมเฟด เงินบาทก็อาจพอได้แรงหนุนบ้าง จากการปรับสถานะถือครองเงินดอลลาร์ของผู้เล่นในตลาด (ขายทำกำไรและลดสถานะ Long USD)

ทั้งนี้คงประเมินว่า เงินบาทอาจเสี่ยงที่จะผันผวนอ่อนค่าลงได้บ้าง หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ นั้นออกมาดีกว่าคาด และยิ่งทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างเชื่อว่า เฟดจะไม่รีบลดดอกเบี้ย หรือ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจฝั่งยูโรโซน ออกมาแย่กว่าคาด กดดันให้เงินยูโร (EUR) ผันผวนอ่อนค่าลง

ในช่วงนี้ ความผันผวนของเงินบาทที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ผ่านมา (มองจากกรอบเงินบาทรายสัปดาห์) อย่างเห็นได้ชัด ทำให้เรายังคงคำแนะนำว่า ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

นอกจากนี้ควรเลือกทำธุรกรรมในสกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ก็เป็นอีกแนวทางในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจ ซึ่งผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบต้นทุนในการทำธุรกรรมและแผนการป้องกันความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทุกครั้ง มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.25-35.55 บาทต่อดอลลาร์

    

ข่าวล่าสุด