ส่วนการลงทุนในประเทศไทยเอง หากเป็นการลงทุนในตราสารหนี้เอกชนหรือหุ้นกู้ จะเห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมามีข่าวว่าหลายบริษัทเริ่มมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ ดังนั้นในสถานการณ์ที่ดอกเบี้ยเป็นขาลง การลงทุนในประเทศไทย อาจจะต้องเปลี่ยนมาเป็นสินทรัพย์อื่นที่มีลักษณะการให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอเช่นเดียวกัน
โดยการลงทุนในตลาดหุ้นไทยในกลุ่มที่มีการจ่ายเงินปัน ผลสูง ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เหมาะสม เนื่องจากตลาดหุ้นไทย โดยรวมเองยังไม่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดีเหมือนตลาดหุ้นในหลายประเทศ และในปี 66 ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทย คือหนึ่งในตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนต่ำที่สุดในโลก
แต่ปีนี้มีหลายปัจจัยที่จะส่งผลบวกกับหุ้นไทย อาทิ เศรษฐ กิจที่น่าจะเริ่มดีขึ้น จากภาคการส่งออกที่มีโอกาสฟื้นตัว ภาคการท่องเที่ยวที่น่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพิ่มมากกว่าปี 66 การเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐที่น่าจะกลับมาเป็นปกติในปีนี้ หลังจากล่าช้าจากการตั้งรัฐบาลที่ล่าช้าในปี 66
นอกจากนี้กำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยเองก็มีโอกาสกลับมาเติบโตได้ดีในปี 2024 นี้ ซึ่ง บริษัท หลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด คาดว่ากำไรต่อหุ้นของบริษัทจดทะ เบียนในตลาดหุ้นไทยจะเติบโตได้ดีถึง 16%
ส่วนการเลือกลงทุนในหุ้นปันผลสูงนอกจากจะเป็นการลง ทุนในหุ้นที่มีผลการดำเนินงานที่ดี สะท้อนมาที่ความสามา รถจ่ายเงินปันผลแล้ว ยังถือเป็นการลงทุนในบริษัทที่มีโอ กาสรับเงินปันผลสูงกว่าการจ่ายปันผลของตลาดหุ้นโดยรวม
อย่างไรก็ตาม หากดูจากการคาดการณ์การจ่ายเงินปันผลของบริษัทที่อยู่ในดัชนี SET High Dividend 30 Index (SETHD) ในช่วงระยะเวลา 12 เดือนข้างหน้า คาดว่าเฉลี่ยจะอยู่ที่ราว 4.6% ขณะที่การจ่ายเงินปันผลของบริษัททั้งหมดที่อยู่ใน SET Index ในช่วงระยะเวลา 12 เดือนข้างหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ราว 3.1% เท่านั้น (ข้อมูลจาก Bloomberg ณ วันที่ 10 มกราคม 66)
นอกจากนี้หากดูจากผลตอบแทนระยะยาวช่วง 5 ปีที่ผ่านมาจะพบว่า หากดูการเปลี่ยนแปลงของแต่ละดัชนี SET Index (-11.3%) SETHD (-6.5%) นั่นแสดงให้เห็นว่าผลตอบแทนจากการเปลี่ยนแปลงของราคาแต่เพียงอย่างเดียวนั้นหุ้นปันผลสูงให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า
แต่หากดูจากผลตอบแทนของดัชนีที่มีการคำนวณรวมการจ่ายเงินปันผลเข้าไปแล้วด้วยนั้นพบว่า ดัชนี SET Total Return Index (SET TRI) (+2.89%) และ SETHD TRI (+13.23%) แสดงให้เห็นว่าหากลงทุนแล้วนำเงินปันผลไปลงทุนต่ออย่างต่อเนื่องนั้น มีโอกาสจะให้ผลตอบแทนในระยะยาวที่ดีกว่า
ซึ่งหากนักลงทุนที่รู้สึกว่าการต้องนำเงินปันผลกลับเข้าไปซื้อหุ้นในแต่ละตัวเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ก็สามารถลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นปันผลสูง แต่ไม่มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลออกมาให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน โดยนำเงินปันผลกลับเข้าไปลงทุนต่ออย่างต่อเนื่องได้ด้วยเช่นเดียวกัน
นี่ก็คือ 2 สินทรัพย์ที่น่าจะเหมาะสมกับการลงทุนในปีนี้ ซึ่งเป็นยุคเริ่มต้นของดอกเบี้ยที่จะเริ่มเปลี่ยนมาเป็นขาลง ก็คือ ตราสารหนี้ต่างประเทศ และ หุ้นกลุ่มปันผลสูงในไทย นั่นเอง....
ที่มาบทความ : โดย สวภพ ยนต์ศรี
AFPT™ Senior Wealth Manager บลจ.ทิสโก้