svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเงิน-การลงทุน

Apple เปิดตัวแว่น "Vision Pro" บริษัทไหนได้รับประโยชน์บ้าง !

17 มิถุนายน 2566

สิ้นสุดการรอคอยสำหรับการเปิดตัวสินค้าใหม่ของ Apple ล่าสุดโชว์แว่น Vision Pro เตรียมออกวางขายในช่วงต้นปีหน้า หนุนให้บริษัทฯ พันธมิตรได้ประโยชน์ราคาหุ้นพุ่งกันเป็นทิวแถว จะมีหุ้นตัวไหนกันบ้างตามไปดูกันเลย

นับตั้งแต่ Apple เปิดตัว Apple Watch รุ่นแรกในปี 2015 และอุปกรณ์หูฟังไร้สายอย่าง Airpods รุ่นแรกในปี 2016 เป็นต้นมา นับเป็นเวลากว่าถึง 7 ปีที่ Apple ยังไม่มีการเปิดตัวอุปกรณ์ชนิดใหม่ให้กับทั้งโลกได้รู้จัก จนกระทั่งเมื่อวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านมาที่ Apple ได้เปิดตัวแว่น Vision Pro อุปกรณ์ AR/VR Headset ที่สาวกของApple รอคอยมาอย่างยาวนาน

โดยราคาเปิดตัวที่สูงถึง  3,499 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 118,966 บาท (คิดอัตราแลกเปลี่ยนที่ 34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ)  สูงกว่าที่มีการคาดการณ์กันในช่วง 1-2 วันก่อนการเปิดตัวที่คาดว่าอาจจะต่ำกว่า 3,000 เหรียญสหรัฐ รวมถึงระยะเวลาวางจำหน่ายที่ต้องรอถึงช่วงต้นปี 2024 ส่งผลให้ราคาหุ้นของ Apple ไม่ได้ตอบรับในเชิงบวกมากนัก 3 วันแรก

 

Apple เปิดตัวแว่น "Vision Pro" บริษัทไหนได้รับประโยชน์บ้าง !

หลังการเปิดตัวแว่น Vision Pro ราคาหุ้น Apple ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง +0.5% ถึงแม้ว่าในคืนวันที่ 5 มิถุนายนก่อนการเปิดตัวแว่น Vision Pro ราคาหุ้น Apple จะปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลในระหว่างวันที่  184.95 เหรียญ สหรัฐก่อนที่จะปรับตัวลดลงมาหลังจากนั้น

แต่ในทางกลับกันบริษัทที่จับมือเป็นพันธมิตรกับ Apple กลับได้รับประโยชน์จากการคาดการณ์ว่ารายได้ของบริษัทเหล่านั้นจะสามารถเติบโตได้ดีจากการมาถึงของแว่น Vision Pro เช่น บริษัท Disney ที่ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นราว +1.5%

หลังจาก Bob iger CEO ของ Disney ขึ้นปรากฎตัวในเวทีงาน WWDC 2023 ของ Apple และประกาศว่าในวันแรกที่แว่น Vision Pro ของ Apple วางจำหน่ายจะมาพร้อมกับเนื้อหาที่รับชมผ่านบริการ Disney+ ได้

ซึ่งนั่นก็หมายความว่าภาพยนต์ ซีรี่ส์ การ์ตูน จาก Disney รวมถึงตัวละครจาก Marvel และ Star Wars ที่ได้รับความนิยมจากแฟน ๆ ทั่วโลกจะกลายมาเป็นอีกหนึ่งแรงดึงดูดสำคัญที่จะช่วยให้แว่น Vision Pro ของ Apple ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ประสบการณ์ในการรับชมเนื้อหาในรูปแบบ 3 มิติผ่านแว่น Vision Pro อาจจะยิ่งทำให้เนื้อหาความบันเทิงต่าง ๆ ที่เป็นลิขสิทธิ์ของ Disney ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมด้วยเช่นเดียวกัน

นอกจาก Disney แล้ว อีกหนึ่งบริษัทที่ราคาหุ้นตอบรับเชิงบวกอย่างมากจากการเผยโฉมของแว่น Vision Pro คือ บริษัท Unity Software ที่เป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับสร้างเนื้อหาในรูปแบบ 3 มิติทั้งเกมและแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ

โดย Apple ได้ประกาศจับมือเป็นพันธมิตรกับ Unity Software เพื่อที่จะสามารถทำให้แอพพิเคชั่นต่าง ๆ ที่พัฒนาผ่านซอฟต์แวร์ของบริษัท Unity อยู่แล้ว สามารถใช้งานผ่านแว่น Vision Pro ได้ และยังจะทำ ให้นักพัฒนาที่ต้องการสร้างแอพพลิเคชั่นใหม่ หรือ ทำให้แอพพลิเคชั่นเดิมที่มีอยู่แล้วสามารถนำมาใช้งานในรูปแบบ 3D ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

โดยราคาหุ้นของ Unity Software ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึงราว 17% ในช่วง 3 วันแรกนับตั้งแต่การเปิดตัวแว่น Vision Pro

ด้านบริษัทอื่น ๆ ที่ราคาหุ้นอาจจะยังไม่ได้ตอบรับเชิงบวกมากนัก แต่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการมาถึงของแว่น Vision Pro เช่นกัน อาทิ Roblox บริษัทเกมที่มีรูปแบบการเล่นในรูปแบบ 3 มิติอยู่แล้ว และน่าจะเข้ากับการใช้งานในแว่น Vision Pro ได้เป็นอย่างดี

ขณะที่ Best Buy ซึ่งเป็นพันธมิตรที่สำคัญของ Apple ในการขายผลิตภัณฑ์ โดยที่ผ่านมา Best Buy ได้รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ Apple ราว $5 billion ต่อปี หรือคิดเป็นถึง 15% ของรายได้ต่อปีทั้งหมดของ Best Buy

สำหรับ Adobe บริษัทซอฟต์แวร์ที่มีจุดเด่นในด้านโปรแกรมในการแต่งภาพ ตัดต่อวิดีโอ หรือ ออกแบบต่าง ๆ ก็น่าจะพัฒนาโปรแกรมหลายโปรแกรมของบริษัท เพื่อให้สามารถใช้งานผ่านแว่น Vision Pro ในอนาคตด้วยเช่นเดียวกัน

กลับมาที่ทางฝั่งของ Apple เองถึงแม้ราคาหุ้นจะยังไม่ได้ตอบรับเชิงบวกมากนัก แต่คาดว่าอาจจะเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น เพราะหากถึงวันที่แว่น Vision Pro ออกวางจำหน่ายจริง ๆ คาดว่าน่าจะได้รับการตอบรับจากผู้ใช้งานที่เป็นสาวกของ Apple อย่างล้นหลามไม่ต่างจากผลิตภัณฑ์ใหม่ชนิดอื่น ๆ ที่ Apple ได้ทำการเปิดตัวมาในอดีต

สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่อาจจะยังไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้ของ Apple ที่จะต้องซื้อผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่ Apple วางจำหน่าย ก็อาจจะสามารถรอแว่น Vision Pro ในรุ่นถัดไปหรือ รุ่นราคาถูกที่ Apple อาจจะผลิตมาแยกวางจำหน่ายไม่ต่างจากอุปกรณ์อื่น ๆ ก่อนหน้านี้

โดยการคาดการณ์ของ Goldman Sachs ที่อ้างอิงข้อมูลจาก International Data Corporation (IDC) ระบุว่าอุตสาหกรรมแว่น VR จะเติบโตได้ดีต่อจากนี้ และมีโอกาสที่ยอดขายแว่น VR จะสูงถึงใกล้ระดับ 25 ล้านชิ้นต่อปีในปี 2027 หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ราว 24%

ซึ่งการเข้าสู่อุตสาหกรรมแว่น VR ของ Apple ยังน่าจะช่วยให้อุตสาห กรรมโดยรวมเติบโตได้ดีไปด้วย เช่นเดียวกันกับที่ Apple ได้ทำให้อุตสาหกรรม Smartwatches และ หูฟังไร้สาย ที่ยังไม่ได้รับความนิยมมากนักสามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดเมื่อ Apple เปิดตัวผลิตภัณฑ์ของตัวเองเข้าสู่ตลาด

ส่วนแว่น Vision Pro ตัวจริงจะสามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้งานและประสบความสำเร็จมากแค่ไหนคงต้องรอถึงในช่วงต้นปีหน้าที่มีผู้ใช้งานจะได้สัมผัสตัวจริง...
 

ที่มาบทความ  : โดย สวภพ ยนต์ศรี  AFPT™ Senior Wealth Manager บลจ.ทิสโก้