นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บล.พาย (PI) เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้ากับ Nation Online ว่า คืนวันศุกร์ที่ผ่านมาสหรัฐฯรายงานดัชนี PPI ที่ -0.1%MoM ต่ำกว่าที่ Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 0.1%MoM ภายหลังจากรายงานพบว่า US Bond Yield รุ่นอายุ 2 ปีปรับลงทำสถิติต่ำสุดในรอบ 8 เดือน พร้อมกับ CME FED Watch ปรับเพิ่มน้ำหนักลดดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือน มี.ค. มาเป็น 77% จากก่อนหน้าที่ 60%
ขณะที่การเคลื่อนไหวของสินทรัพย์อื่นๆก็บ่งชี้เช่นเดียวกันว่านักลงทุน กำลังผ่อนคลายจากภาวะดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ สะท้อนผ่านราคาทองที่ปรับตัวขึ้น ค่าเงิน Dollar Index ที่แกว่งในแนวโน้มอ่อนค่าและเงินบาทที่แข็งค่า ปัจจัยข้างต้นจะเป็นตัวหนุนตลาดหุ้นในสัปดาห์หน้า
โดยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ประกอบด้วย ยอดค้าปลีกของสหรัฐฯในวันพุธ Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 0.4% MoM และวันเดียวกันก็จะมีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐ Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ -0.1% MoM
วันพฤหัสบดีจะมีตัวเลขใบขออนุญาตก่อสร้างและยอดสร้างบ้านใหม่ Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 1.47 ล้านใบอนุญาตและ 1.43 ล้านหลังคาเรือน และสุดท้ายในวันศุกร์จะมีการรายงานยอดขายบ้านมือสองและความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากสถาบันมิชิแกน Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 3.8 ล้านหลังคาเรือนและ 69.3 หากตัวเลขเศรษฐกิจรายงานแล้วต่ำกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ ประเมินว่าตลาดจะตอบรับเชิงบวกจากการคลายกังวลดอกเบี้ย
สำหรับการเลือกตั้งในไต้หวันพบว่า ไล่ ชิงเต๋อ จากพรรคประชาธิป ไตยก้าวหน้าได้รับคะแนนเสียงเป็นอันดับหนึ่งและชนะการเลือกตั้งติดต่อกัน 3 สมัยเป็นครั้งแรก ซึ่งจุดยืนของไล่ชิงเต๋อค่อนข้างชัดเจนว่าไม่สนับสนุนการเข้ามาของจีน ดังนั้นความเสี่ยงด้านการเมืองระหว่างประเทศถือเป็นความเสี่ยง ที่รออยู่ในช่วงถัดไป
กรณีเกิดความไม่สงบระหว่างไต้หวันกับจีนอาจสร้างผลกระทบเชิงเศรษฐกิจมายังประเทศไทย เนื่องจากมูลค่าส่งออกทั้งหมดของไทยไปยังจีนคิดเป็นอันดับ 2 ด้วยสัดส่วน 12%
อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการส่งออกของไทยไปยังไต้หวันคิดเป็นเพียง 2% ด้านจำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนคิดเป็น 11.8% และไต้หวัน คิดเป็น 2.5% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางเข้าไทยในช่วง พ.ย. 23
สัปดาห์นี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1,400 – 1,430 จุด กลยุทธ์การลงทุนยังมองดัชนีระดับปัจจุบันเป็นโอกาสสะสมด้วยระดับ Valuation ที่น่าสนใจ เน้นที่กลุ่ม Domestic Play
- กลุ่มค้าปลีก (BJC ,CPALL,CPAXT, HMPRO)
- ท่องเที่ยว (AOT ,CENTEL , MINT)
- การเงิน (SAWAD, TIDLOR)
- ศูนย์การค้า (CPN)