เนชั่นทีวี

Business thai

ตะวันออกกลางระอุ ! ดันทองคำนิวไฮ-ลุ้นวิ่งต่อบนวิกฤติ

06 พ.ย. 2566 | sukanya_san

ตะวันออกกลางระอุ ! ดันทองคำนิวไฮ-ลุ้นวิ่งต่อบนวิกฤติ

สงครามอิสราเอล-ฮามาส ดันราคาทองคำพุ่ง All Time High  ส่วนแนวโน้มทิศทางทองคำจะเป็นอย่างไร ยังเป็นสินทรัพย์การลงทุนที่ปลอดภัยอยู่หรือไม่ และนักลงทุนควรเข้าลงทุนต่อหรือเปล่า ตามไปดูกันเลย

ราคาทองคำทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกระลอก หลังจากเกิดสงครามระหว่างอิสราเอล-ฮามาส และยังไม่มีท่าทีที่จะได้ข้อยุติ ทำให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยดีดตัวขึ้นทำสถิตินิวไฮเป็นรายวันกันทีเดียว โดยทองคำเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนให้ความสำคัญในการกระจายสินทรัพย์ เพื่อการลงทุน ยิ่งในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน เข้าสู่ภาวะถดถอยหรือการเกิดวิกฤติ ต่าง ๆ ราคาทองคำจะมีความสามารถในการรักษาหรือเพิ่มมูลค่าเงินที่ลงทุนเอาไว้ได้ ด้วยความผันผวนที่ต่ำกว่า แตกต่างจากพันธบัตร หุ้น หรือคริปโตเคอร์เรนซีที่มีความเสี่ยงมากกว่า

ด้วยบทบาทของทองคำเป็น Safe Haven  ประเทศส่วนใหญ่บนโลกจึงล้วนถือทองคำไว้ในมือเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นกองทุนสำรองระหว่างประเทศ และถือไว้เพื่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อ  โดยการลงทุนทองคำมีหลายรูปแบบ  ทั้งทองคำแท่ง กองทุนทองคำ หุ้นทองคำ หรือลงทุนแบบ Gold Futures  

หากย้อนสถิติข้อมูลทองคำในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ราคาดีดปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงที่มีวิกฤติหรือปัจจัยเสี่ยงสำคัญๆ เกิดขึ้น

โดยในปี 62 ก่อนเกิดโควิดระบาดหนัก ราคาทองคำ Gold Spot นิวยอร์ก แตะระดับต่ำสุดที่ 1,266.27 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ราคาทองคำแท่งอยู่ที่บาทละ 19,150 บาท  และมีระดับสูงสุดที่ 1,556.94  ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ราคาทองคำแท่งอยู่ที่บาทละ 22,350 บาท

ตะวันออกกลางระอุ ! ดันทองคำนิวไฮ-ลุ้นวิ่งต่อบนวิกฤติ

พอในปี 63 เกิดโควิดแบบเต็มรูปแบบ ส่งให้ราคา Gold Spot ขึ้นไป แตะระดับสูงสุดที่ 2,075  ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ราคาทองคำแท่งอยู่ที่บาทละ 30,300 บาท

ก่อนที่ในปี 64 ราคาทองคำ Gold Spot จะย่อตัวลงไปต่ำสุดอยู่ที่ 1,676 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ราคาทองคำแท่งอยู่ที่บาทละ 24,400 บาท  และสูงสุดอยู่ที่  1,950 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ราคาทองคำแท่งอยู่ที่บาทละ 28,950 บาท

แต่มาในปี 65 เมื่อเกิดเหตุการณ์รัสเซียถล่มยูเครน ราคาทองขึ้นไปแตะระดับ สูงสุดอยู่ที่ 2,070  ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ราคาทองคำแท่งอยู่ที่บาทละ 31,700 บาท และทำท่าจะเป็นปีปรับฐานในปี 66 แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์สงครามอิสราเอล-ฮามาส ราคาทองคำกับขึ้นแบบไม่มีใครคาดคิด ราคาพุ่งกระฉูดขึ้นไปแตะระดับสูงสุดอยู่ที่ 2,078.46  ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ราคาทองคำแท่งอยู่ที่บาทละ 34,250 บาท

ตะวันออกกลางระอุ ! ดันทองคำนิวไฮ-ลุ้นวิ่งต่อบนวิกฤติ

สำหรับแนวโน้มทิศทางราคาทองคำจากนี้ไปจะเป็นอย่างไรนั้น “เนชั่นออนไลน์” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์กูรูด้านทองคำ เพื่อให้มุมมองในเรื่องนี้

เริ่มจาก “วรชัย ตั้งสิทธิ์ภักดี”  กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีที โกลด์บูลเลี่ยน จำกัด มองว่า ราคาทองคำต่างประเทศมีโอกาสขึ้นไปแตะที่ 2,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หลังจากมีการล้มโต๊ะเจรจายกเลิกการประชุมสุดยอด ผู้นำ 4 ฝ่าย เพื่อหารือในการหาแนวทางการแก้ไขวิกฤติความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มติดอาวุธฮามาส ซึ่งจะส่งผลให้ราคาทองคำแท่งมีแนวโน้มขึ้นไปแตะ 35,800 บาทเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยคิดอัตราแลกเปลี่ยนที่ 36.45 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

ยิ่งหากสงครามยืดเยื้อลากยาว ผสมโรงกับการที่ประธานเฟด “เจอโรม พาวเวลล์” ยังส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยครั้งสุดท้ายในปลายปีนี้ ทำให้ราคาทองคำในปีหน้ามีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นต่อได้  แต่ที่นักลงทุนต้องระมัดระวังคือราคาทองคำในช่วงนี้ได้ปรับตัวขึ้นสูงมากแล้ว ก็ควรทยอยขายทำกำไรบางส่วน เพราะหากสถานการณ์สงครามคลี่คลายทำให้ราคาทองคำอาจปรับตัวลงเร็ว ถ้าขายไม่ทันอาจต้องติดดอย หรือขาดทุนก็เป็นได้

“ราคาทองแท่งในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาปรับขึ้นไปแล้ว 2,000 บาท และมีโอกาสปรับขึ้นอีก 400 บาท เนื่องจากค่าเงินบาทอ่อน แต่ถ้าสถานการณ์สงครามลากยาก็มีแนวโน้มขึ้นไปอีก แต่นักลงทุนต้องติดตามข่าวและสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะถ้าขายไม่ทันตอนที่ทองปรับลงอาจติดดอยได้”

ด้าน "ธนรัชต์ พสวงศ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มฮั่วเซ่งเฮง  มองว่า สงครามที่เกิดขึ้นระหว่าง อิสราเอลและกลุ่มฮามาส ปาเลสไตน์รอบนี้ถือว่ารุนแรงมากที่สุดในรอบ 50 ปี ทำให้มีแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ส่งผลให้ราคาทองคำ Spot ปรับขึ้นแรงอย่างต่อเนื่องทำจุดสูงสุดในรอบ 3 เดือน 

สำหรับราคาทองคำจะเพิ่มขึ้นอีกมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับว่าสงครามจะกินเวลานานแค่ไหนและจะขยายวงกว้างหรือไม่ ซึ่งประเมินสถานการณ์ 3 กรณี ดังนี้

- กรณี สงครามจำกัด เฉพาะอิสราเอลและกลุ่มฮามาส คาดว่าราคาทองคำจะขึ้นไปแตะที่ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ 

- กรณี สงครามขยายวงกว้าง โดยมีเลบานอนและซีเรียเข้ามาร่วมทำสงครามช่วยเหลือกลุ่มฮามาส เพื่อต่อสู้กับอิสราเอล จะทำให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นแตะ 100  ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์  และคาดว่าราคาทองคำอาจจะแตะ 2,020-2,050 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ได้

- กรณีสุดท้าย เกิดสงครามระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน  เนื่องจากอิหร่านที่สนับสนุนกลุ่มฮามาส ตัดสินใจทำสงครามกับอิสราเอล กรณีนี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้ยากที่สุด แต่ถ้าเกิดขึ้นจะทำให้ราคาน้ำมันอาจจะพุ่งขึ้นแตะ 150 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์  เนื่องจากอิหร่านเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันรายใหญ่ และคาดว่าราคาทองคำจะทำ All Time High ได้ 

สำหรับราคาทองในประเทศ ได้ทำ All Time High ไปอย่างต่อเนื่อง จากประเด็นสงครามอิสราเอล-ฮามาส โดยในวันที่ 20 ต.ค. ราคาทองแท่งขายออกของสมาคมค้าทองคำทำ All-time high แตะที่ 34,250 บาท ถึงแม้ว่าราคาทองในตลาดโลกยังไม่ได้ทำ All-time high เนื่องจากเงินบาทที่อ่อนค่าลง แต่คาดว่าที่ระดับ 34,300 บาทขึ้นไป น่าจะมีแรงเทขายทำกำไรออกมา 

จากเสียงสะท้อนของผู้คว่ำหวอดในวงการ แม้ราคาทองคำยังมีลุ้นที่จะไปต่ำจากการสู้รบที่ยังไม่มีทีท่าจะจบในเร็ววัน แต่นักลงทุนคงต้องศึกษาข้อมูล และติดตามทิศทางลมอย่างใกล้ชิด เพราะต่อให้เป็นสินทรัพย์ที่ช่วยกระจายความเสี่ยง และถูกชะตากับวิกฤติต่างๆ มากแค่ไหน แต่หากถึงวันที่เสียงปืนนัดสุดท้ายจบลง โอกาสทองที่มีเข้ามา อาจกลายเป็นวิกฤติตรอบใหม่ของนักลงทุนที่กลับตัวไม่ทันก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด