นักลงทุนเทขายลดเสี่ยงทุบหุ้นไทยดิ่ง
19 ต.ค. 2566 | sukanya_san

ตลาดหุ้นไทยปิดร่วงสอดรับกับตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ส่วนใหญ่แดงยกแผง นักลงทุนเทขายลดความเสี่ยงระหว่างรอถ้อยแถลง "พาวเวลล์"คืนนี้ ประเมินกรอบดัชนีพรุ่งนี้เคลื่อนไหวที่ 1,441-1,417 จุด
Business thai
19 ต.ค. 2566 | sukanya_san

ตลาดหุ้นไทยปิดร่วงสอดรับกับตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ส่วนใหญ่แดงยกแผง นักลงทุนเทขายลดความเสี่ยงระหว่างรอถ้อยแถลง "พาวเวลล์"คืนนี้ ประเมินกรอบดัชนีพรุ่งนี้เคลื่อนไหวที่ 1,441-1,417 จุด
นายฐกฤต ชาติเชิดศักดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บล. กรุงศรีพัฒนสิน เปิดเผยถึงภาวะตลาดหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,423.04 จุด ลบ 14.81 จุด หรือ -1.03%% โดยระหว่างวันดัชนีเคลื่อนไหวสูงสุด 1,428.75 จุด ต่ำสุด 1,419.39 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 36,492.93 ล้านบาท กับ Nation Onlineว่า
หุ้นไทยปิดร่วงสอดสอดคล้องกับประเทศอื่นในเอเชียที่ปรับลงทางเดียวกัน Wait &see รอนายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดให้ความเห็นเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยคืนนี้ โดยหุ้นที่ปรับขึ้นและลงและมีปัจจัยหนุนเด่น ๆ ประกอบด้วย
- กลุ่มพลังงานต้นน้ำ PTTEP -2.0% , PTT-1.47%, ปรับลงตามราคาน้ำมันดิบที่พักตัวอีกครั้งหลัง OPEC ไม่ตอบรับคำขอของอิหร่านที่ให้คว่ำบาตรอิสราเอลและข่าว สหรัฐฯ ลดการ Sanction เวเนซูเอล่า
- หุ้นแนะนำคือ TASCO ([email protected]) +1.84% d-d ประเมินตลาดเก็งกำไรจากจากข่าวสหรัฐฯ ลดการ Sanction เวเนซูเอล่า เน้นผ่อนคลายด้านน้ำมันและด้านการเงิน โดย Base case เป็นบวกด้าน Sentiment ต่อ TASCO
แม้ผลกระทบโดยตรงต่อ TASCO ยังไม่เห็นระยะสั้น แต่กรณี Best case หาก TASCO ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้จะสามารถกลับมาใช้น้ำมันเวเนฯ ผลิตยางมะตอยได้(ต้นทุนถูก + มีสัญญาซื้อน้ำมันระยะยาว) จะบวกต่อปัจจัยพื้นฐานโดยตรง โดยรวมเน้นเก็งกำไร มองแนวรับแรกที่ 16.5 บาท แนวรับถัดไปที่ 16.3 บาท แนวต้านแรกที่ 17 บาท และแนวต้านถัดไปที่ 17.3 บาท และ Cut loss <16.1 บาท
- กลุ่มรับเหมาขนาดใหญ่แข็งแกร่งกว่าตลาด อาทิ CK+1.88% ,ITD +0.76% มองแรงหนุนมาจากแผนเร่งโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลใหม่ที่ทยอยชัดเจนขึ้น สร้างความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเชิงบวกกลุ่มระยะถัดไปทั้ง Backlog Margin เรามองบวกต่อกลุ่มเน้น STEC(TP-13) มองแนวรับแรกที่ 9.1 บาท และแนวรับถัดไปที่ 9.0 บาท แนวต้าน 9.7 บาท และแนวต้านถัดไปที่ 10.3 บาท จุด Cut loss < 8.8 บาท,
- หุ้นแนะนำคือ CK(TP@28) มองแนวรับแรกที่ 21.3 บาท แนวรับถัดไปที่ 21 บาท แนวต้านแรกที่ 22.3 บาท และแนวต้านถัดไปที่ 22.8 บาท จุด Cut loss < 20 บาท
- หุ้นแนะนำคือ JPARK([email protected]) +3.3%d-d KCS คาดกำไรสุทธิปี 2023-25F เติบโตเฉลี่ย +24% CAGR ความน่าสนใจเนื่องจากเป็นผู้นำธุรกิจบริหารที่จอดรถในไทย มีรายได้ประจำสม่ำเสมอ และบริการในทำเลพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง มีโอกาสในการเติบโตในอนาคต มองแนวรับแรกที่ 4.14 บาท แนวรับถัดไปที่ 4.10 บาท แนวต้านแรกที่ 4.48 บาท และแนวต้านถัดไปที่ 4.60 บาท จุด Cut loss <4 บาท
ด้านมูลค่าการซื้อขายวันนี้พบว่า นักลงทุนต่างประเทศขายสุทธิ 1,896.73 ล้านบาทสถาบันขายสุทธิ 642.49 ล้านบาท บัญชีบล.ขายสุทธิ 115.89 ล้านบาท ในประเทศซื้อสุทธิ 2,655.10 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ประเมินกรอบดัชนีพรุ่งนี้เคลื่อนไหวที่ 1,441-1,417 จุด ซึ่งต้องรอดูถ้อยแถลงประธานเฟดถ้าส่งสัญญาณคงดอกเบี้ยระดับสูงก็จะทำให้ตลาดปรับตัวลง แต่ถ้าส่งสัญญาณตรงกันข้ามอาจทำให้ตลาดปรับตัวขึ้น
ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์
PTTEP มูลค่าการซื้อขาย 1,919.60 ล้านบาท ปิดที่ 171.50 บาท ลดลง 3.50 บาท
CPALL มูลค่าการซื้อขาย 1,416.65 ล้านบาท ปิดที่ 56.25 บาท ลดลง 1.00 บาท
PTT มูลค่าการซื้อขาย 1,293.33 ล้านบาท ปิดที่ 33.50 บาท ลดลง 0.50 บาท
BBL มูลค่าการซื้อขาย 1,104.04 ล้านบาท ปิดที่ 168.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท
AOT มูลค่าการซื้อขาย 1,005.29 ล้านบาท ปิดที่ 68.00 บาท ลดลง 0.75 บาท